วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เจ้า Hero ส่วนผสม ระหว่า เชิง ป่าก๋อย สไตล์แอบล่างตีตัว

เจ้า Hero

เป็นลูกเพาะ ผสมที่ ชัยนาท เกิดจาก เจ้าเหลืองหางขาวสายไก่เชิงไทยร้อย ของน้องทีมงาน สามาศ กับ แม่ป่าก๋อย จากคุณ กุ๊ก คนพันทาง แม่ก๋อยตัวนี้เป็นหลาน ของเจ้าตั้งบ่อง ก๋อยตัวดังแห่ง เพชรยืนยง ชุดนี้ได้ลูกตัวผู้ออกมาสามตัว เป็นเจ้าจิ๋วหงอนหิน เจ้าดู่สุดหล่อ และ เจ้า Hero ตัวนี้

ไก่ชุดนี้เป็นไก่ที่ปล้ำแล้วดูดีทั้งสามตัว เจ้า หงอนหิน ชนะไปแล้วหนึ่งไฟต์ ด้วยสไตล์ ก๋อย เชิงล่าง กัดถี่ แทง ชนะ พม่าร้อยสั่งจากเหนือลงมาเล่นแบบเด็ดขาด เจ้าดู่สุดหล่อปล้ำก็ดูดี เป็นไก่สไตล์เชิงที่กัดบ่าตีตัว ส่วนเจ้า Hero เป็นไก่รอยใหญ่ สไตล์การชน ล่าง ขึ้นมากัดบ่าตีตัว ไม่ให้หัว ปล้ำมาสี่ครั้งกับ ไก่เบอร์ดี ๆ ตลอด และสามารถเก็บตัวดี ๆ ได้อย่างเด็ดขาด ตอนนี้กำลังทำเนื้อทำตัวเพื่อออกไล่แข็ง อีกไม่นานคงได้พิสูจน์ฝีมือในสนาม...
คลิปการปล้ำซ้อมครั้งที่สี่ หลังจากทิ้งห่างจากครั้งที่แล้วไปเกือบ ๆ สองเดือน...

คลิปอันแรกช่วงทีหนึ่ง 10 นาทีแรก



คลิปอันแรกช่วงที่สอง 10 นาทีหลัง

ติดตามชมการปล้ำแข็งครั้งต่อ ๆ ไปครับ...

รายงานผลการออกไล่แข็งเจ้า Red Bull

เมื่อวาน วันแรงงาน คนอื่น ๆ เค้าหยุดกันแต่ว่าผมยังทำงานเหมือนเดิมไม่ได้หยุด แต่ว่า ผจก. ชวนเอาไก่ไปไล่แข็งเลยเข้าทางเพราะว่าเราเองต้องการเช็คเจ้า Red Bull เหมือนกัน เพราะว่าตั้งแต่เอามาอยู่ด้วยเพิ่งจะได้ปล้ำเพียงครั้งเดียวเพราะว่าป่วยอยู่นานหลังจากนั้นก็เลี้ยงมาตลอดแต่ว่าไม่ได้ปล้ำไม่ได้ตีเพราะว่าเวลามีจำกัด ก็ได้ทีครั้งนี้ไปแน่นอนเพราะว่เข้าทางเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าที่ไหนที่เปิดตีมั่ง เราหวังไปไล่แข็งตีถูก ๆ ทดสอบสภาพเพราะว่าไก่ดูสมบูรณ์ดี แต่ว่าก่อนออกหนึ่งวันฝนตกแรงกระทบฝนนิดหน่อยกลัวว่าไก่จะมีอาการผิดปกติด้วย แต่ว่าด้วยสภาพภายนอกสมบูรณ์ดีทุกอย่าง เลยโทรสอบถามคุณ แก๊ส ไก่เมาได้ทราบว่าที่ไดอีเผือก เขาทรายมีเปิดตีให้ตีถูก ๆ ดล่อันไล่แข็งได้ เลยเข้าทางเราตกลงไปที่นั่นกันเลยเพราะว่าไม่เคยไปตีไก่ที่ไหนเลยตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ขเลยออกเดินทางจากบ้านพักพร้อมกัไก่สองตัว คือ เจ้ากร้อน Red Bull กับ เข้าหงอนใหญ่ลูกเพาะลูกแม่ก๋อยที่ให้น้องเพื่อนโป้งเพาะที่ดงคอนไปด้วยเผื่อได้คู่จะไล่แข็งสักสามอัน ออกเดินทางกันสี่คน ในเวลาดีคือ เก้าโมง ฮี่ ๆ เอาฤกษ์เอาเวลาดีกันหน่อย ไก่พร้อม คนพร้อม เข็มพร้อม ด้ายพร้อม ยาพร้อม ไป....
..................................................

ไปถึงสามก็มีไก่ประมาณ สิบกว่าตัวกำลังเปรียบกันอยู่แต่ว่าเพิ่งได้คุ่เดียวเอง พอเราไปของเราหน้าอ่อน ๆ ตัวบาง ๆ สีแดงหางแหลมหน้าแหลม ก็มีไก่สองสามตัวเข้ามาเปรียบ ก็มีหนึ่งตัวที่อยากตีกับเราเป็นไก่เหลืองหางหมก ๆ ตอตุ่ม ๆ ขนหัวหลุดนิดหน่อย แต่ว่าเราดูก็รู้ว่าได้เปรียบเราทุกอย่าง ใหญ่ ยาว รอย น้ำหนัก มีเสียเปรียบตอเราอย่างเดียวเราเลยบอกว่าไม่สู้ เลยดันเจ้าหงอนโต ไปใส่เพราะว่าหงอนโต นั้นรอยใหญ่กว่าเข้า Red Bull และได้เปรียบเจ้าเหลือง พอ ๆ กับที่เจ้าเหลืองได้เปรียบเจ้า Red Bull แต่ว่าทางเค้าไม่สู้เจ้าหงอนโต เลยไม่ได้ตีกัน รอดูตัวอื่นก็ไม่มีใครเอากับเราด้วยเพราะว่าส่วนใหญ่รอยเสียเปรียบเราอยู่ ไป ๆ มา ๆ สามาศ มากระซิบบอกว่าอยากตี ผมก็ได้แต่บอกว่าเสียเปรียบทุกอย่างนะ แต่ก็ยังอยากตีอยู่ บอกว่าเราน่าจะสู้ได้และหวังถึงชนะด้วย ผมก็ว่าเอาก็เอาที่จริงอยากตีเหมือนกันแต่ว่าก็ไว้เชิงหนีนิดหน่อยพอเป็นพิธี สุดท้ายก็แบกตีกับเจ้าเหลืองแบบที่เสียเปรียบน่าจะถึง 3/2 อันนี้คุณแก๊ส ยืนยันได้ แต่เราก็รู้ข้อนี้ดี ไม่ได้เปรียบหลุดแต่อย่างใด ตกลงเค้าจะตี 2000 ห้าอัน เราบอกเราเสีบเปรียบ ขอตี 1000 สี่อันก็พอเลยตกลงตามนั้น คุยกันเรื่องตอของเค้าตอนิดเดียวเราตอยาวประมาณ เซ็นต์กว่า ขอปิดมากกว่าเค้ารอบเดียวเค้าขอหกสี่ เราบอกไม่ได้ต้องเกินรอบเดียวเราเสียเปรียบทุกอย่างเลย สุดท้ายจบที่เราหก เค้าห้า แต้มตอ เข้าชนสังเวียนในคู่ที่สองเกี้ยวกันกับคู่แรก ออกชนในนาม เหมืองทอง ....

.......................................................................................

พอไก่คู่แรกเข้าชน เราก็เริ่มเตรียมตัวไก่ ให้กินยากินข้าว ช่วงที่ทำน้ำอยู่ก็มีหลาย ๆ คนเดินมาดู หลายคนถามว่าโยกไหม หยุบไหม ฮี่ ๆ เพราะว่าสีสันหน้าตาออกไปทางไก่พม่า เราก็บอกว่ามีทั่วๆ ไปแหละครับว่างั้น แต่ว่าแอบเหลือบมองไปเห็นสามาศ แอบหัวเราอยู่คนเดียว ฮี่ ๆ ...ได้เวลาเอาไก่เข้า ปล่อยหางเราเป็นตัวน้องชัดเจน 3/2 อย่างที่คิดไว้ในตอนแรกไม่ได้ผิดคาดแต่อย่างใด เรามั่นใจอยากตีเอง หลังจากปล่อยหาง ของเราวิ่งเข้าเชิงยังทำไรกันไม่ได้เราบินไม่ชัดแหย่ว ๆ เหมือนไม่มีแรง ผมเลยร้องรอง 3/2 ก่อนไม่มีใครติดมีแต่บอกเสมอเหลือง ๆ เสมอไม่ได้ครับเราตัวเล็ก สักพักเราตีได้เบา ๆ แต่ว่าเราเห็นแล้วว่าตีด้วยเดือยเหมือนเดิมที่เคยเห็น และเริ่มเข้าเชิงเข้าชิดเจ้าเหลืองทำไรไม่ถนัด ร้อง 5/4 รองไปสองพัน เงียบ สักพักลุงข้างหลังบอกว่า โห รองหน่อยเดียวเองเนาะสองพัน เลยคิดได้ฮี่ ๆ เอาเข้าแล้วลืมไปว่าที่นี่สนามไล่แข็ง ร้องขุมใหญ่เลยไม่มีใครอยากจับ ทีนี้ราคาเสียแล้วครับ พอเราตีได้ เลยต้องเอาเราต่อทั้ง ๆ ที่ตัวเล็กกว่าเยอะ ทำไงได้อยากเล่น ต่อ 3/2 มา 400 กับลุงเสื้อเหลืองนั่งข้างกัน แล้ว พี่อ้วนเสื้อลาย อีก 800 จากนั้นพอติดก็มีแต่คนแบรอง 2 รอง ๆ เราเลยพอก่อนดูไก่ตีกันก่อน ของเราเข้าเชิงสนิทเข้าชิดบังคับตีตัวใหญ่เริ่มได้ เข้าห่าง ๆ เรายิงหน้าตรงเจ็บ เขาก็มีอาการกื๋อ ๆ ให้เห็น เลยร้องต่อสองไปไม่มีใครรอง ต่อสาม มีคนรองมา 500 พี่เสื้อสีฟ้าข้าง ๆ ประตูทางเข้า จากนั้นเราตีไปเรื่อย เป็นพระเอกเลยยกเนื้อ ๆ เน้น ๆ แผลเริ่มมาเค้าเริ่มบิดให้เห็น แต่ว่าก็ใหญ่และแข็ง โต้เราไม่ค่อยได้ แต่ว่าโดนแต่ละทีก็เจ็บ ๆ ทั้งนั้น ธรรมดาของไก่ใหญตีไก่เล็กแต่เราก็ยังเนียนเข้าตีไปเรื่อยแผลเค้าเริ่มเดิน เลือดเริ่มติดตอ ประมาณกลางอันราคาตอนนี้ไปถึง 6 ต่อ 7 รองกันแล้ว สักพักเราตีเพลิน เราเข้าห่างหน่อยเจ้าเหลืองจับได้ตีตืนเตี้ย ๆ มาโดนเข้าเต็มหู เราหักหมุนรอบสังเวียน เสียงเฮดังลั่น แล้วเจ้าเหลืองเติมได้อีกก็ไม่ถนัดเพราะว่าเราพอหักแล้วก็วิ่งมาเข้าเชิง แต่ว่าราคาลดลงเหลือสามต่อ แต่ว่าก็ไม่มีใครรอง จากนั้นเราก็เป็นตัวทำเชิงตีไปเรื่อย เน้น ๆ เนื้อ ๆ ข้อหัวตอล้วน ๆ แผลเจ้าเหลืองเริ่มมาเยอะแต่ว่าอาการยังไม่ออกเท่าไหร่ เราเป็นตัวตีอยู่อย่างนั้นไปจนหมดอัน ราคาอยู่ที่ประมาณ 4/1 ต่อ ไม่ค่อยมีใครรอง...หมดอันให้น้ำเรากินยา กินข้าว เช็ดตัว นอน ฝั่งเค้าเริ่มทำศัลยกรรมกันแล้ว ไขหัวถ่างตากันแล้ว...

................................................................

เข้าอันสอง เราก็ยังเป็นตัวทำเชิงตีไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ราคาก็ไหลไปเยอะแล้วถึงเจ็ดถึงแปด แต่ว่าก็ไม่ได้เล่นกันเท่าไหร่ไม่มีใครรองกันนัก เล่นเท่าที่เล่นกันแค่นั้น เราตีแล้วก็เข้าเชิงเจ้าเหลืองตีเราได้ไม่ถนัด แผลเจ้าเหลืองตอนนี้เริ่มมาเยอะแล้วหัวเริ่มบวมเริ่มลงหัวให้เราตีบ่อย เราก็ยกด้วยตอเน้น ๆ ทุกครั้ง แต่ว่าด้วยการที่ไก่ตัวเล็กตีตัวใหญ่เวลาบินมันก็ไม่เต็มที่นัก ติดบ่าติดไหล่บ้าง แต่ว่าก็ยังตีได้ กลางอัน เจ้าเหลืองจับได้ถนัด ๆ สวนเรามา เอาอีกแล้ว เราบินหมุนรอบสังเวียน ท่านรองเฮเจี๊ยวจ๊าวกันใหญ่ ของเราช่วงที่หักใหม่ ๆ เข้ามาก็บินทำท่าขาจะพันกัน แต่ว่าข้างเราก็ไม่ได้ตกใจ เพราะว่าว่ามั่นใจจิตใจและสภาพไก่เรา สักพักเราก็เป็นตัวตีอีกตามเคยหัวเน็ด ๆ เดือยล้วน ๆ ของเค้าทำท่าแบคโฮ จะมาแต่ว่าก็ยังไม่มา เราเองไม่ได้มีอะไรเจ็บมาก ก็ยังตีได้เรื่อย ๆ ลำไม่ตก จนหมดอันก็ยังเป็นต่อ แต่ว่าก็ไม่มีใครเล่นกันแล้ว หมดอัน อันหน้าเข้าสังเวียนนอก ตอนอุ้มออกมาผมเห็นว่าไก่เราปลายปากหัก นอกนั้นไม่มีอะไร เรากินข้าว กินยา ปลายปากเราที่หักแต่ว่าไม่ได้ยก หักแต่ว่ายังแข็งอยู่ ผมเลยตัดปลายส่วนที่หักออกเพื่อป้องกันไม่ให้ปากฉีกลาม นอกนั้นแผลไม่มีอะไร เช็ดหน้า ปล่อยเดินย้าย นอน ส่วนของเขานั้นรีดเลือด ถ่างตาเพิ่ม แก้แผลกันพอสมควร อันหน้าเรามองถึงชนะ พี่อ้วนซุ้มที่ได้คู่ข้างกัน เดินมาคุยกับเรา บอกว่าเล่นกับไก่ตัวเก่งรองบ่อนเลยนะเจ้าเหลืองนั่น ชนะมาหลายครั้งแล้ว เที่ยวที่แล้วชนะไก่ไม่เต็มอันที่นี่ล่ะ เค้าจำกันได้ ผมก็เฉย ๆ จะเก่งหรือไม่เก่งมาจากไหนเวลานี้ไม่สำคัญแล้ว ไก่ได้ตีกันแล้วมันก็ทำหน้าที่ของมันทั้งคู่ ไก่เรามีคนมาดูให้ความสนใจเยอะ เพราะว่านาน ๆ ทีจะมีไก่เชิงให้เห็นสักที ยอมรับว่าของเราเชิงดีตีเจ็บ หลายคนมาถามข้อมูล บอกว่าเราชนะมากี่เที่ยว ก็ตอบว่าของเราไก่ใหม่ไม่เคยปล้ำเต็มอันเลย เลยไม่กล้าตีเกินสี่อัน ส่วนมากบอกว่าอ่านไก่ผิดคิดว่าของเราไง ๆ ก็พม่า แน่นอน ถ้าเป็นพม่ารับรองว่าเสร็จเจ้าเหลืองแน่นอน หากมียืน ๆ มามีตีล้มแน่นอนเลย หลายคนแซวบอกเปรียบไก่ช่วยไก่หน่อยเด้อ อย่าตีใหญ่มาก ได้เปรียบอย่างเดียวได้เปรียบเก่งกว่าว่างั้น ฮี่ ๆ ผมเลยได้แต่หัวเราะ......

........................................

เข้าอันสามเข้าสังเวียนนอกสังเวียนเล็ก เราก็เป็นตัวดี ลำไม่ตก ตีเน้น ๆ เหมือนสองอันที่ผ่านมา ของเค้าเองก็แข็งน่าดู น่าจะทิ้งหัวแต่ว่าก็ไม่ทิ้ง ยังมีลงให้เราตีมากกว่าเดิมด้วยแล้ว เราก็เคาะด้วยเดือยไปเรื่อย เหมือนจะหัก แต่ก็ฟื้น เจ้า Red Bull ตีได้ชุดหนึ่งเห็นชัด ๆ เจ้าเหลืองออกอาการเจ็บมากให้เห็น ปีกเริ่มกางหางเริ่มบานเปียตั้งเหมือนจะหนี ก็ว่าก็จิตใจยังดี ตีโต้เรามาเหมือนกัน ช่วงสักห้าหกนาทีต้นอัน เอาอีกแล้ว เจ้าเหลืองหวดเข้าบ้องหูเราเต็ม ๆ ของเราวิ่งรอบสังเวียนครึ่งรอบ ร้องจ๊ากท่านรองเฮกันสนั่น แต่ว่าของเราก็เข้ามาประกบเร็วเจ้าเหลืองก็ตีได้ไม่ถนัดนักเรายังขัด ๆ อยุ่ ตอนนี้มีคนร้องรอง แปดรองเก้ารอง แต่ไม่มีคนเล่นกันแล้ว เราเข้ามาทำเชิงคุมตีเหมือนเดิมแต่ว่าโดนหูไปก็ปัด ๆ นิดหนึ่งเจ้าเหลืองเองเติมไม่ได้ เพราะว่าอื้อไปพอแล้ว สังเกตเห็นเวลาบินตีเราเวลาลงมาก็ทิ้งหัวลงต่ำเป็นอาการของไก่หนักหัว สักพักเราก็ตีโต้ได้เจ็บ ๆ ถอนทุนคืนทั้งต้นทั้งดอก พอเจ้าเหลืองบินเวลาหล่นลงมา โดนเราตีเจ็บ ๆ ทีละหลาย ๆ ดอก ป๊อด ๆ ทั้งนั้น ตีไปเรื่อยทำเชิงตีไปเรื่อย เชิงไม่หมด ไม่ละลายแม้ว่าจะเจ็บไม่แสดงอาการลนลานให้เห็น เป็นไก่เชิงที่ชนได้นิ่งรักษาระดับและจังหวะการตีได้ดีมาก ๆ ของเค้าเริ่มแย่เข้าทุกทีทุกที แต่ว่าก็ยังยกหัวได้ ยังไม่เป็นแบคโฮ ท่านรองที่อยู่ฝั่งเจ้าเหลืองก็เสียวกันน่าดู บอกเดี๋ยวเหอะน่า เดี๋ยวเหอะน่า สักพัก เจ้าเหลืองตีเราได้อีกคราวนี้ชักรอบสังเวียนอีกท่านรองเฮสังเวียนแทบแตก แต่ว่าก็ได้แค่นั้นเราไม่ตกใจ ผมบอกตีมาเลย อยากให้บินบ่อย ๆ เพราะว่าก็พอเจ้าเหลืองบินตกลงมาก็เหมือนเจ็บหัวมึนหัวทิ้งหัวต่ำให้เราได้ตีเจ็บ ๆ อีกหลายชุด ต้องยอมรับใจจิตใจและร่างกายเจ้าเหลืองเพราะว่าโดนเน้น ๆ ปีกยก หางแบ เปียตั้ง แต่ยังไม่ถอดใจ ยังพยายามสู้ ปลาย ๆ อันเจ็บมาก เราก็เติมไปเรื่อย ๆ ด้วยตอล้วน ๆ อีกเช่นเคย หมดอันก็ไม่มีใครเล่นกันแล้วเชียร์เฉย ๆ เอาเข้ามาให้น้ำ จับดูหัวรู้สึกว่าฟู ๆ นิด ๆ แต่ว่าก็ไม่บวมอะไรมากมาย ก็ไขหัวรีดเลือดซึ่งไม่มีมาก เลยกินยา นอน ปบ่อยเดิน ไม่ได้ถ่างตา ส่วนฝั่งเจ้าเหลือง ก็แก้ไขประคองกันเต็มที่ เขาหวังยก เราเองหวังถึงชนะเหมือนกัน แต่ถึงยกก็ไม่เสียใจ เพราะว่าเป็นตัวตี และได้เดินอันแข็ง ครั้งหน้าจะได้ไล่หกอันได้....
........

เข้ามาอันสี่ ทางมือน้ำเจ้าเหลือง มีการพูดแซว ๆ ทำนองว่าเดี๋ยวอันนี้มีตีชักอีก ใครจะเล่นบ้าง เสมอชัก ฮี่ ๆ มีเสียงแซวกันไปมาไม่ได้ซีเรียสอะไรนัก ก็ไม่ได้มีใครเล่นกัน ปล่อยหาง ทางฝั่งเจ้าเหลืองก็ลุ้นเหมือนเดิมให้ตีเราชัก แต่เราไม่ได้กลัวแล้วลูกชักลูกดิ้น เพราะถึงว่าตีเราชัก เราหัก แต่ว่าก็ไม่มีปัญญาเติมเราได้ หัวบวมโตไปแล้วยิ่งบินแรงก็หล่นลงมายิ่งเจ็บ อันนี้เราเหมาตีอยู่ตัวเดียว เจ้าเหลืองออกอาการเจ็บมาก แสดงอาการเหมือนจะแพ้ แต่สักพักก็กัดฟันวิ่งเข้าหาเรา เราก็ตีไปเรื่อยเชิงไม่มีเปลี่ยน ลำไม่ตกบินเกลี้ยงเหมือนเดิม ร่างกายเจ้าเหลืองถือว่าดีมาก ยังไม่ทิ้งหัวลงนาน ทิ้งให้เราได้ตีแล้วก็ชูหัวหนัก ๆ ขึ้นไปทำให้เราต้องกดลงมาตีไม่ได้ตีต่อเนื่อง นี่ถ้าหัวตกยาวเราน่าจะตีได้ถึงแพ้เลยทีเดียว อันนี้มีเสียงแซวมาไอ้เหลืองไม่มีตีชักอีกแล้วเหรอ มีแต่เสียงเฮฮากันมาว่าไม่แพ้ก็บุญแล้วฮี่ ๆ ตอนนี้ผมมองว่าก็ยังมีโอกาสชนะพอ ๆ กับมีโอกาส เสมอ มีการเล่นได้เลิกกัน สองรองเลิก แต่ว่าก็ไม่ได้เล่นกัน ของเราก็ยังทำหน้าที่อย่างไม่ได้ขาดตกบกพร่อง ห้านาทีสุดท้ายนาทีระทึกใจ เจ้าเหลืองตอนนี้สองจิตสองใจแล้ว บางจังหวะนั้นหางกระดกสูงกว่าหัว ของเราก็จัดให้เน้น ๆ เนื้อ ๆ เจ้าเหลืองตอนนี้ทำท่าหนีแล้ว แต่ว่าก็ยังชูหัวขึ้นมาเอาตัวรอดได้อีกพัก เราก็คล้องลงมาตีป๊อด ๆ ชัดเจนเหลือเกิน เจ้าเหลืองตอนนี้ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วเอาหัวรับแข้ง เราก็พยายามตีไปเรื่อยเท่าที่จะตีได้ สองนาทีสุดท้ายยังเป็นนาทีระทึกใจเพราะว่าของเราเองยังไม่หมด ไม่หยุดตีคนดูก็ยังอยู่ลุ้นกันพร้อมหน้าพร้อมตาเราลุ้นชนะ แน่นอนฝั่งเค้าลุ้นยก เจ้า Red Bull ใช้เวลาทุกนาทีที่ผ่านไปอย่างมีค่าทำหน้าทีตีไปเรื่อย เจ้าเหลืองก็แสดงอาการเจ็บมากอาการแพ้มีให้เห้น แต่ว่าก็ยังไม่เดินหนี จิตใจยังอยากสู้อยู่ แล้วก็โดนไปอีกหลายแข้ง ก่อนที่เข็มนาฬิกาจะครบอันสุดท้าย เป็นอันว่า ครั้งแรกในชิวิตการเดินทางยาวของเจ้า Red Bull ถึงไม่ชนะแต่ว่าถือว่าสอบผ่านอย่างสวยงามในสายตาทีมงาน รวมถึงท่านผู้ชมด้วย หลาย ๆ คนเข้ามาสอบถามรายละเอียด ซึ่งส่วนมากคิดว่าเป็นพม่าในตอนแรก แต่พอเข้าตีก็เลยอ้าวเรายืมเสื้อยืมรูปร่างหน้าตาพม่ามาใช้ ฮี่ ๆ ...

............................................................

ครั้งนี้ไม่มีคลิปมาให้ชมนะครับ ทั้งให้น้ำ เล่นทั้งลุ้น เลยไม่ได้มีเวลาหยิบกล้องจากกระเป๋ากางเกง...สรุป แล้วเจ้า Red Bull เป็นไก่เชิงที่เสมอต้นเสมอปลาย ชนนิ่งไม่ลนลาน รักษาจังหวะการตีได้ดี เป็นไก่แม่น มีลูกหน้า ลำไม่โต แต่เป็นไก่ตีตอ วันนี้เราอยากตีตัวใหญ่ทั้ง ๆ ที่รู้ ไม่ได้เปรียบหลุดแต่ว่าอยากตี ซึ่งเป็นผลดี เราเป็นตัวตีและได้เดินอันยาว ไม่เจ็บอะไรมากมายนอกจากโดนหักบินรอบสังเวียนสี่ คร้ง อันหนึ่ง อันสอง อันละครั้ง อันสามอีกสองครั้งใหญ่ ๆ สภาพหน้าตาไม่มีแผลอะไรมาก ซึมนิด ๆ เพราะว่าไม่เคยโดนเจ็บเลย แต่ว่าทั่วไปยังสดชื่นดี นั่งรถกลับมาแอบหลับนิดหน่อย แต่พอรถตกหลุมก็ชูหัวมาขันฮี่ ๆ เหมือนจะบอกให้รู้ว่า ผมใจเต็มร้อยนะพ่อ แค่นี้ชิว ๆ เหอ ๆ เออ เห็นแล้วล่ะ....ครั้งหน้าคงเลี้ยงออกตีสักหกอันได้ เพราะว่ามั่นใจร่างกาย จิตใจ เพลงชน คราวหน้าเปรียบให้เสียเปรียบน้อยหน่อย หรือ ว่าถ้าเท่ากันก็สนุกกันล่ะ...เดี๋ยวถ่ายรูปสภาพหลังชนมาฝากครับ ต้องขอขอบคุณ คุณ แก๊ส ไก่เมาด้วยที่ แนะนำสถานที่บอกทางไปสนามได้ถูกและ มาช่วยเชียร์ ครั้งหน้าถ้ามีไก่ไปอีกจะแจ้งให้ทราบนะครับ....

หน้าตาเจ้า Red Bull หลังจากไล่แข็ง


ไม่เจ็บอะไร สถานะปัจจุบันหลุดแซมปีกข้างละสองเส้น
และออกทำลังทำเนื้อตัวรอปีกเต็ม คงได้ออกล่าเดิมพัน

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

เจ้า Red Bull ไก่เชิงสีพม่า...

ไก่เชิงนำเข้าแบ่งมาจากน้าเจฟ ชัยนาท พิกัด สามโล เป็นไก่เชิงสไตล์ เข้าเร็ว ปากไว แก้ไขสถานการณ์ได้ดี ความคม ความแม่นและ เบอร์แข้งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ช่วงที่รับตัวมามีอาการป่วยคอดังต้องรักษาอยู่นานพอสมควร มีอาการและร่างกายสมบูรณ์ขึ้นมาหน่อยแต่ว่ายังไม่เต็มที่นักคอยังดังหน่อย ๆ ครั้งนี้ปล้ำกับของดีเลย ไก่เทาเป็นไก่เก่งลูกแซมเมื่อหนุ่มชนะมาหลายเที่ยว เพิ่งแซมเต็ม เลยขอลองเพราะว่าจากประวัติที่อยู่ที่ชัยนาทปล้ำมาห้าครั้งไม่เต็มอันไม่เคยได้หน้า ครั้งนี้เลยอยากลองกับของจริง แบบที่เรายอมแบกน้ำหนักเสียเปรียบทุกอย่าง อายุ รอย น้ำหนัก อีกครั้งประวัติ ดีกรีได้ไก่มาแล้ว แต่ของเราเป็นไก่หนุ่ม เลยลองดูสักอัน บอกกับลุงเจ้าของเจ้าเทาว่าหากไม่ไหวจะขอจับ สรุปปล้ำได้หนึ่งอันเต็ม ๆ แบบที่เราเป็นตัวพยายามขึ้นคุมตี ส่วนเจ้าเทาเป็นตัวเดินแกนในดี ลูกหน้าไวตีเจ็บ แต่ว่าเจ้าแดงเข้าไก่ไว เดินดีมีความพยายาม เป็นตัวคุมตีแต่ว่าไม่เต็มที่เท่าไหร่ ไก่คู่นี้ถือว่าเป็นไก่คู่ปล้ำคุณภาพอีกคู่หนึ่ง เจ้าของเจ้าเทาก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าแดงจะสร้างปัญหาให้กับเจ้าเทาได้ขนาดนี้ โดยที่ตัวเจ้าแดงเองไม่ได้เจ็บอะไรเท่าไหร่ แต่ว่าได้เดินเต็ม ๆ อันเป็นครั้งแรก...
จากนี้ก็จะเริ่มทำเนื้อทำตัวเรื่อย ๆ แล้วลองไล่อันดูสักสามสี่อัน...
คลิปช่วงสิบนาทีแรก...
คลิปช่วงสิบนาทีหลัง...

หากได้มีโอกาสทดสอบครั้งต่อ ๆ ไป หรือว่าไล่อันจะส่งข่าวอัพเดทให้ทราบนะครับ...

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หวายมัดหมี่ ลูกชายหวายตาเดียว...

หวายมัดหมี่ ตระกูลตีตัว น้องชายตัวสุดท้องที่ปล้ำได้...

ด้านข้างหล่อ ๆ ...

ในวงล้อมของพ่อ หวายตาเดียว กับพี่ชาย หวายดีเซล...


เจ้าหวายมัดหมี่เป็นลูกชายรุ่นที่สามของหวายตาเดียว ต่อจากชุด หวายดีเซล หวายจิ้งหรีดทอง ชื่อหวายมัดหมี่ ชื่อนี้ได้มาเพราะว่าสร้อยหลังของเขามีสีอ่อนกับสีแก่อยู่ด้วยกันแปลก ๆ ดี มองแผ่นหลังให้คล้าย กับผ้าไหมมัดหมี่ เลยได้ชื่อว่าหวายมัดหมี่ เมื่อครั้งที่ปล้ำนั้นยังเป็นไก่เริ่มอายุหนุ่มประมาณ 7-8 เดือนขนสร้อยระบัดยังเต็มหลังเต็มคออยู่เลย หางก็ยังไม่สุด ตอยังไม่โผล่ ที่ได้ปล้ำเพราะว่าคนเพาะอยากให้ผมได้เห็นเพราะว่าไปทำงานนาน ๆ ถึงจะได้กลับบ้านก็อยากให้ได้ชมว่าลูกเหล่าเป็นยังไง ใจจริงแล้วไม่ได้อยากให้ปล้ำ แต่เห็นความตั้งใจของแกแล้วเลยบอกว่าขอดูนิดหน่อยแค่นั้นล่ะ ไม่ดูนานก็เลยปล้ำกับไก่แถว ๆ นั้นซึ่งอายุดีกว่านิดหน่อยสุดปีกสุดหางแล้วตอโผล่เกือบครึ่งเซ็นต์ อาศัยว่าใหม่ไม่เคยปล้ำมาเลยเอากันได้...

จากการที่ได้เห็น การปล้ำครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างจากไก่ที่ร่างกายยังไม่เต็มที่ยังไม่สุดปีกสุดหาง เนื้อยังหลวม ๆ อยู่ เห็นแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ การกันคอทำได้ดี การกัดบ่าตีตัวถือว่าเด่นมาก ตีลำยาว ๆ ลึก ๆ ปล่อยแข้งไปแล้วคู่ปล้ำ มีทรุด มีตัวห่อให้เห็น อีกอย่างคือลูกตีหัว หากคู่ปล้ำหัวต่ำมาให้นั้นตีหัวได้เจ็บดีไม่ต่างจากพี่ชายสองตัว ถือว่าผ่านครั้งแรกได้น่าพอใจเกินคาด รอดูครั้งต่อไปว่าจะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง...

ครอกเดียวกันกับเจ้าหวายมัดหมี่นีก็ยังมีเจ้าหวายปุยฝ้ายอีหนึ่งตัวที่โตมาด้วยกัน แต่ว่ายังไม่ได้ปล้ำ คงรอปล้ำครั้งต่อไปพร้อมกับครั้งที่สองของเจ้าหวายมัดหมี่...

เจ้าหวายมัดหมี่ กับ หวายปุยฝ้าย โชว์แผ่นหลังกัน


ชมคลิปการปล้ำครับ...


อีกคลิปครับต่อกัน...


หวายจิ้งหรีดทอง ทายาท หวายตาเดียว...

หวายจิ้งหรีดทองเป็นลูกเพาะรุ่นที่สอง หลังจากเจ้าหวายดีเซล...
เจ้าตัวนี้ได้ปล้ำไปก่อนหน้าเจ้าหวายดีเซล แล้ว แต่ว่าผมไม่ได้อยู่ปล้ำด้วยตัวเองเลยไม่เห็นว่าเป็นอย่างไร...
จากคำบอกเล่า เจ้าหวายจิ้งหรีดทอง เป็นไก่ที่ตีตัวเกือบร้อยเปอร์เซนต์ หนึ่งอันที่ปล้ำนั้นเห็นตีหัวอยู่สองครั้ง ซึ่งตีหัวก็ตีได้เจ็บ และรุนแรงดี...
ผมได้ส่งไก่ตัวนี้ไปให้ คุณ อู๊ด กับ อ.เน ที่ขอนแก่น พร้อมกับเจ้าหวายดีเซล และ ที่นั่นก็ได้ปล้ำอีกครั้ง กับไก่เก่งของแถว ๆ นั้น จากประวัติไก่ตัวนี้ ปล้ำมาแล้วสามครั้งแล้ว ไม่มีตัวไหนยืนได้เต็มอันสักตัว เป็นสายพันธุ์ ตราด ก๋อย วันนั้นที่ปล้ำ เราเสียเปรียบรูปร่าง และ ชั่วโมงบิน ช่วงแรกนั้นสู้กันได้สูสี ผลัดกันตีไปมาเท่าที่เห็น เราเองก็พยายาม และ ก็ทำหน้าที่ได้ดี มีกัดตีตัว หากคู่ต่อสู้ลงล่างมาก็หยิบหัวตีได้เจ็บ ๆ ส่วนคู่ต่อสู้ก็เป็นไก่เชิงดีมีเข้าปีกตีได้เจ็บ ๆ ช่วงอันที่สองคู่ต่อสู้ตีได้มากขึ้นเราเป็นตัวเสียเปรียบและเจ็บหนักพอสมควรจากการเล่าของ คุณ อู๊ด ที่เอาไปปล้ำ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายาม น้ำอดน้ำทนใช้ได้ เพราะว่าคู่ต่อสู้เองก็เป็นไก่เก่งอีกตัวหนึ่ง เราสู้ได้ขนาดนี้ทั้งที่เสียเปรียบ รูปร่าง และ ความแข็งแกร่ง ถือว่าโอเค ครั้งหน้าก็รอดูการพัฒนาต่อไปว่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นหรือไม่...
ชมคลิปครั้งที่สองครับ...

บททดสอบ หวายดีเซล ลูกชายหวายตาเดียว...

เจ้าหวายดีเซล ไก่เชิงสีหวายไทยแต่หลายคนคุ้นว่าเป็นสีพม่า

เริ่มเดิมทีที่ เจ้าหวายตาเดียว พ่อพันธุ์หลัก ได้มาอยู่กับผมนั้นใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะได้ทายาทของมัน ช่วงที่ผมปล่อยเพาะในเล้าปรากฎว่าไม่ได้ลูกเลย สุดท้ายต้องไปปล่อยผสมข้างนอกที่บ้าน พี่ น้อง ที่นับถือกัน กับแม่ไก่เหล่าเชิงเหล่าดั้งเดิมสายอีสาน เจ้าหวายดีเซล เป็นลูกชุดแรกที่เกิดจากบ้านนี้ พอถึงวัยรุ่นกระทง ๆ หน่อยได้ไปปล่อยไว้ที่สุรินทร์ อายุพอปล้ำได้จึงจับกลับมาที่ร้อยเอ็ด ปล้ำหนึ่งครั้งกับไก่ใหม่ ๆ ด้วยกันหนึ่งอัน ก็ได้เห็นชั้นเชิงว่าเป็นไก่ที่มีเชิงใช้ได้ คุมบนบี้บังคับตีไก่ล่างได้ดี มีกัดบ่าตีตัว ไล่จับหัวทุบหลังให้เห็นหลาย ๆ ครั้ง ครั้งแรกก็พอใจในระดับหนึ่ง...

ต่อมาได้ส่งไปให้ คุณ อู๊ด บอระเพ็ด กับ อ. เน พรรคพวกกันที่ขอนแก่นเพื่อลองให้เลี้ยงเล่นเป็นการทดสอบสายพันธุ์ดู ว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากได้สองสัปดาห์คุณ อู๊ด ส่งข่าวมาว่าปล้ำไปแล้ว พร้อมทั้งส่งคลิปการปล้ำให้ดู ปล้ำครั้งนี้ปล้ำกับไก่อีกตัวที่ประวัติใช้ได้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ ตีไก่นอนมาแล้วไม่เต็มอัน แต่ว่าเสียเปรียบรูปร่างให้กับเราพอสมควร ด้วยควมที่เป็นไก่ใหม่ ๆ ก็ลองปล้ำดูได้ จากเท่าที่เห็นครั้งนี้ ทั้งคู่เป็นไก่ที่ชิงจังหวะคอกัน กัดบ่าตีตัวแลกกัน เจ้าหวายโดนตีตัวทรุดให้เห็นหลายครั้ง ส่วนเรานั้นก็มีจังหวะคาบตีตัวแรง ๆ ถ้าได้หัวก็ตีหัวเจ็บ ลูกห่างหน้าตรงก็ตีได้เจ็บ ๆ น่าดูเหมือนกัน ครั้งนี้ดูแล้วช้าลงมากกว่าเมื่อปล้ำครั้งแรกมาก คลิปที่ได้รับนั้น เป็นคลิปช่วงแรก ของการปล้ำ สำหรับผมดูแล้วอึดอัดขัดหูขัดตาพอสมควร เพราะว่าช้า ดูไม่ค่อยตั้งใจตีไก่ การเดิน การจัดระเบียบเท้าทำได้ไม่ดีเลย แต่การปล้ำครั้งนั้นใช้เวลาอันกว่า ๆ ก็ตีคู่ต่อสู้แพ้ ช่วงปลาย ๆ อันคู่ต่อสู้ลงหัวมาให้ เจ้าหวายได้ตีหัว คู่ต่อสู้เกิดอาการหัก และ เข้ามาอันสองพอได้หัวชัด ๆ ตีแพ้ร้องวิ่งหนีไป...

โดยส่วนตัวแล้วจากที่เห็นในคลิปการปล้ำครั้งนี้ยังไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และ ความเร็วตกไปจากครั้งแรกมาก จึงได้ให้ชื่อว่าจ้าหวายดีเซล ลูกทุบหลังไม่มีให้เห็น แต่ที่เห็นชัดเจนกว่าครั้งแรกคือวางแข้งได้หนักหน่วงดีกว่าเก่า อาจจะเพราะว่าคู่ต่อสู้ช่า และได้เปรียบรูปร่าง การคาบตีตัวนั้นคือตีรวบจากล่างขึ้นบนทำได้รุนแรงดี ตีหัวได้เจ็บแผลเกิดคมใช้ได้ ต้องรอดูพัฒนาการในครั้งต่อไป แล้วจะอัพเดทให้ชมเรื่อย ๆ...

คลิปการปล้ำครั้งที่สองครับ...

http://www.youtube.com/watch?v=6essEkj1Coo

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผลการปล้ำอย่างเป็นทางการของเจ้ากรดแดงลูกดู่ยักษ์...

ผลการปล้ำอย่างเป็นทางการของกรดแดงลูกชายดู่ยักษ์ ลูกเพาะชุดแรก จากรายละเอียดกระทู้ด้านล่าง เจ้ากรดแดงลูกดู่ยักษ์หลังจากได้ทดสอบหนึ่งครั้งผมว่าผ่าน แล้วจึงส่งมาให้พี่ชายเลี้ยงที่ นนทบุรี เพื่อเป็นแบบทดสอบวัดผลจริงเสียที หลังจากที่ส่งมาถึงที่ นนท์แล้ว ปรากฎว่าอู้งานป่วย คอดัง ขี้เขียวขี้ขาวอยู่ สองสัปดาห์ กว่าจะรักษาหายเป็นปกติ แล้วจึงได้เริ่มเช็ดเนื้อเช็ดตัว ออกกำลังกาย หนึ่งสัปดาห์ สัปดาห์ต่อมาปล้ำนวมกับไก่เชิงหนึ่งอัน ทางพี่ชายแจ้งว่าชั้นเชิงก็เหมือนกับที่เคยเห็นปล้ำครั้งแรก เป็นไก่หนุน ๆ ถอด ๆ จังหวะที่คุมได้ก็คุมตีหัวต่ำได้....
เลี้ยงต่อมาอีกหนึ่งสัปดาห์ จึงอุ้มไปปล้ำที่ซุ้มทนาย.. ซอยสนามบินน้ำ พอไปถึงทางเจ้าของซุ้มบอกว่าปล้ำแขวนหางกันสามอันห้าร้อยไปเลย พี่ชายบอก เอาล่ะสิ ไก่ยังไม่ได้ปล้ำเลี้ยงอะไรมาสักเท่าไหร่เลย เลยบอกไปว่าขอสองอัน อันละร้อยแล้วกัน เพราะว่ากลัวไม่ไหวจะได้จับ แต่ว่าทางฝ่ายทนายไม่ยอมจะเอาตามนั้น พี่ชายเองก็ลังเล แต่ว่ามีพรรคพวกแถว ๆ นั้นบอกช่วยกันคนละนิดละหน่อย ก็ได้ห้าร้อย บอกเอาไปเลย ไม่ไหวก็จับ แบ่งเงินค่าแขวนหางคนละห้าสิบ คนละร้อย เอาก็เอาวะ ว่างั้น
เปรียบเทียบประวัติและ สถิติ
เจ้าแดงปล้ำหนึ่งครั้ง ตอนอยู่ร้อยเอ็ดสิบห้านาที กับ นวมเต็มอันหลังจากหายป่วย วันนี้ได้ตอยาวกว่าหน่อย ได้ เปรียบรูปร่างประมาณ 5-4
คู่ต่อสู้ปล้ำมามากกว่า เนื้อหนังดีกว่า อายุน่าจะไล่เลี่ยกันแต่น่าจะดีกว่าเจ้าแดง เป็นตัวไล่ท้า
เมื่อปล่อยหางเข้าไป คู่ต่อสู้เข้ามาในลักษณะของไก่เชิง ๆบน ๆ น่าจะเป็นลูกผสมพม่า -ไทย มีเลี้ยวมีคุม มีตีตัว เจ้าแดงเองเป็นตัวหนุน ถอด ตีรัดล่างไล่ขึ้นบน หากโดนบังคับก็กัดบ่าตีตัวแก้ไข เวลาผ่านไปห้านาทีเจ้าแดงเป็นตัวหนุนตีอยู่ตัวเดียวเป็นไก่ที่คู่ต่อสู้ถ้ามาสไตล์บน ๆ จะตีเจ้าแดงไม่ถนัดเลย แผลหน้าคางแผลหูของคู่ต่อสู้เริ่มมาเพราะว่า เจ้าแดงขึ้นทีเป็นแทงด้วยตอทั้งนั้น เมื่อคู่ต่อสู้แผลเริ่มอื้อ ราคาตอนนี้ เอาเจ้าแดง ต่อสองก็มีจับกัน ที ยี่สิบ ห้าสิบกันประปราย เวลาผ่านไปเจ้าแดงก็ตีได้เรื่อย ๆ แผลแทงย้ำ ๆที่เดิม ก็เริ่มส่งผล คู่ต่อสู้หูแตก อาการเริ่มอ่อนให้เห็น ราคาตอนนี้ไหลไป ห้า สักพักไปสิบ เข้าสู่ช่วงนาทีที่ สิบกว่า ๆ จังหวะที่เจ้าแดงตีย้ำไปเรื่อยและจับได้ถนัด ๆ บินตีเข้าหูเต็ม ๆ คำ คู่ต่อสู้ร้องวิ่งโดดสังเวียนพักหนึ่ง พอหักหายขัดกลับมาชนแข็งแรงอีกครั้ง ตอนนี้ราคาไปยี่สิบ ฝั่งเราออกตัวกางมุ้งกันยุงกัด บังไปขุมละ สิบบาท ยี่สิบบาทสบายไป ฮ่า...
พอคูต้อสู้เข้ามาสู้กันอีกครั้งก็เริ่มช้า ๆ เป็นโอกาสเจ้าแดง ฉายเป็นชุด ๆ เบิ้ลแข้งเข้าหน้าคาง เข้าหูและเป็นการขึ้นตีด้วยตอเดือยล้วน ๆ คราวนี้คู่ต่อสู้วิ่งโดดสังเวียน แต่ฝั่งตรงข้ามบอกว่าหักขัด เอาลงมาสู้ใหม่ คราวนี้พอปล่อยลงมาโดนเจ้าแดงเติมอีก ชุดใหญ่ ๆ วิ่งร้องไม่สู้หน้าในนาทีที่ 18 ก่อนจมอัน 2 นาที เก็บเดิมพันครั้งแรกในชีวิต อย่างไม่เป็นทางการ แบบสวยงามประทับใจ ม้วนเดียวจบแบบพลิกความคาดหมายนิด ๆ
จากการประลองแขวนหางในครั้งนี้ สิ่งที่ได้เห็นจากเจ้าแดง พอสรุปได้ว่าเป็นไก่สไตล์ หนุนหน้าคาง ถอด ตีรัดล่าง แผลกระเดือก หน้าคาง หู ชัดเจน และ ย้ำแผลด้วยตอเดือยตลอด ลูกแก้ไขเวลาโดนคุมมาก ๆ มีกัดบ่าตีรัดตัวแรง ๆ ที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจเล็ก ๆ ของคนเพาะไก่ หลังจากที่ไก่ชุดนี้ไม่ได้หวังผลและไม่เคยคาดหวัง วันนี้ลูกเพาะ ลูกครึ่งพม่าร้อย บวกแม่สายเชิงอีสานดั้งเดิม ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนา ก้าวแรกเล็ก ๆ กำลังจะเยื้องย่างไปข้างหน้าต่อไป...
ภาพเจ้าแดง...

แข้งหน้าเล็ก ๆ เรียว ๆ เกล็ดสองแถว

แข้งหลังกับเดือย แทง ๆ ๆ


รอฟังผลการปล้ำซ้อมครั้งต่อ ๆ ไป คนเลี้ยงคาดหวังและตั้งเป้าหากมีการพัฒนาที่ดี หวังได้ไปสนามมาตรฐานต่อไป บทพิสูจน์บทแรกของลูกเพาะยังคงท้าทายต่อไป

คลิปปล้ำครั้งแรกครับ...

คลิปต่อครับ...

อัพเดท ๐๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทางพี่ชายได้เอาเจ้าแดงฝากให้ ลุงส่างสนามบินน้ำ เลี้ยงให้ เนื่องจากมีเวลามากกว่าพี่ชายที่ทำงานกลางคืน มีเวลาไม่มาก หลังจากที่ลุงเลี้ยงได้สองสัปดาห์ ก็เอาไปปล้ำที่เดิม กติกาคือแขวนหาง สามอันห้าร้อยเช่นครั้งแรก คราวนี้เจอกับไก่เชิง ๆ คุมบนหัวสูงได้เปรียบรูปร่างเรานิดหน่อย เราก็เป็นตัวหนุนตี กัดบ่าตีตัวสลับเหมือนเดิม คู่ต่อสู้เองก็เป็นไก่เก่งอีกตัวหนึ่ง เก็บไก่มาไม่เต็มสองอันหลายตัวก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เราได้ตำแหน่งดี หนุนหน้าคอ ช่วงออกห่างมีลูกหน้าตรงชุดละสอง สาม แล้วโดนทุกครั้งด้วยตอเน้น ๆ ไก่ตัวนี้เป็นไก่ที่บินตีได้แรง แล้วแทงด้วยตอจริง สังเกตจากการปล้ำครั้งแรกที่อยู่กับผมแข้งขาอ่อน ๆ เพิ่งจับออกจากฝูงแล้วปล้ำเลย ยังโชว์ความแม่นให้เห็น ส่วนจากการปล้ำแบบพันพลาสเตอร์นั้น ตอจะทะลุต้องเปลี่ยนเทปทุกครั้งเป็นไก่ที่แทงใด้จัดจ้านดี ไม่ใช่ตีด้วยปลายตอลำเบา ๆ แต่บินได้สุดปีกสุดหางตีแรง ครั้งนี้เช่นเดิมหมดอันแรกราคายังไม่หนีกัน คู่ต่อสู้ก็ยังคุมบนตีได้ เราก็แอบชิงจังหวะตีได้ดี เข้ามาอันสองเราได้ตีมากขึ้นค่ต่อสู่เริ่มมีอาการคอแข็ง แต่ว่าก็ตอบโต้มาได้เรื่อย ๆ เราจังหวะฉายชุดใหญ่ ๆ ปลาย ๆ อันเริ่มแย่ เข้าอันที่สามอันสุดท้ายที่ตกลงตีกัน คู่ต่อสู้เริ่มหัวต่ำลงมาเลยเป็นโอกาสให้เจ้าแดงจับได้ถนัด ๆ จัดไปอีกชุดใหญ่ ๆ คู่ต่อสู้ทนไม่ไหววิ่งหนีโดดสังเวียน เอาเข้ามาก็ไม่สู้หน้าร้องแพ้ในที่สุด ก็เป็นอีกครั้งที่เก็บคู่ต่อสู้ได้อย่างประทับใจ ตอนนี้ซุ้มใหญ่แถวนั้นได้ข่าวและเห็นว่าอยากได้ไปเลี้ยงออกเหมือนกัน พี่ชายติดที่เกรงใจลุงส่างคนเลี้ยง เลยยังไม่ได้ให้ไป ต้องรอดูครั้งต่อไปที่จะหาประสบการณ์แถว ๆ นั้นไปก่อนรอให้แข็ง หากมั่นใจอาจจะมีวาสนาได้ไปเจ็บตัวแถว สนาม อตก.

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคราน้อยกระดุมเพชร...

ได้แบ่งสายพันธุ์มาจากคุณ เอ๋ (กีฏ นคร) ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ประมาณ ห้าเดือน อยากลองได้สายพม่ามาไว้พัฒนาดูบ้าง เจ้าเคราน้อยกระดุมเพชรเรียกเล่นๆ เพราะว่าทรงคล้าย ๆ เหล่าดังกระดุมทอง ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เจ้าเป็นพม่าร้อย รอยเล็ก ๆ ปัจจุบันนี้ ขนเต็มแล้วร่างยังเล็ก ๆ อยู่น่าจะประมาณ 2.4-2.5 ได้ ยังไม่ได้ลองกับไก่ด้วยกัน แต่ว่าสู้มือเจ้าของทำเชิงเหมือนหัวโยก ๆ ล่าง และเอียง ๆ ออกข้างดีดเตะ
สายนี้มีม้าล่อหลุดออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ เจ้าเคราฯ มีที่มาที่ไปคือ
แม่สายเชียงตุงผสมกับสิงห์เหนือ ส่วนพ่อคือมังกรแดงครับ
สายนี้ที่มาตามที่คุณ เอ๋ เพาะออกมานั้น จะเด่นที่เบอร์แข้งหนัก แข้งหน้าจัด และ แผลตา หนีปีกเก่ง อาจจะมีหลุดม้าล่อออกมาบ้าง.......
หน้าตารูปร่างเจ้าเครากระดุมเพชร หน้าตารูปร่างอ้างอิงไก่ดังในตำนาน :)

กลับเมืองไทยครั้งนี้คงได้ลองเชิงได้เห็นแล้วว่าจะเป็นอย่างไร...

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคราน้อย ลูกเจ้าหวายตาเดียว...

เคราน้อย เป็นครอกเดียวกันกับเจ้าหวายน้อย ครอกชายใหญ่ เหลือกันสองตัว ตัวนี้เคราเหมือน ๆ กันกับพ่อ แต่ว่าสีออกเหลือง ๆ ไปทางสายแม่ เป็นคู่กรณีที่ทะเลาะกันกับเจ้าหวายน้อย ชั้นเชิงเพลงตีแบบเดียวกันไม่แตกต่าง กัดบ่าตี ตีตัว ตีหลัง ตีขึ้นหัวทั้ง ๆ ที่กัดบ่ากัดหัวปีก ที่สำคัญตอนเด็ก ๆ ที่เห็นทะเลาะกัน บินแรงลำเกินตัว สักหน่อยคงได้ลอง ได้ลุ้นยาว ๆ ว่าจะได้อย่างที่เห็นตอนเด็ก ๆ ไหม...
หน้าตาคล้าย ๆ พ่อ มีเคราเหมือน ๆ กันแต่ว่าเป็นคนละสีกัน

หวังจะได้สืบทอดตำนานไก่ตีตัวอย่างที่พ่อได้ฝากผลงานผ่านไฟต์สนามมาตรฐานมาได้ด้วยลูกตีตัวล้วน ๆ

หวายน้อย(หวายดีเซล) ทายาทเจ้าหวายตาเดียว...

เป็นลูก ๆ เจ้าหวายตาเดียวชุดแรก ที่เพาะเข้ากับแม่ไก่เชิงสายอีสาน ซึ่งลูก ๆ ชุดนี้เห็นทะเลาะกันตอนเด็ก ๆ ที่เห็นคือกัดบ่าตีตัวตีหลังกัน ใกล้เคียงสไตล์ของพ่อชุดนี้มีสีหวายออกมาสองตัว มีสีเหลือง ๆ คางเคราหนึ่ง แต่ว่าตายซะหนึ่ง ตัวนี้สีออกคล้ายพ่อมากที่สุด แต่ว่าคางไม่มีเคราเหมือนพ่อ ก็รอลุ้นว่าปล้ำแล้วเชิงจะเปลี่ยนจากที่เห็นตอนเด็ก ๆ ไหม เชิงหลัก ๆ คือกัดบ่าตี ตีตัว ตีหลัง หลาย ๆ จังหวะ กัดบ่าแต่ว่าบินตีถึงหน้าคอ ถึงหัวก็มี หากเสียคอข้างหนึ่งจะถอดคล้าย ๆ พม่าแล้วมาเข้ากัดบ่าอีกข้าง...


หนุ่ม ๆ อ่อน ๆ ตอนนี้ปล่อยที่สุรินทร์ รอเวลาทดสอบ



หวังลึก ๆ ดูแล้วเหมือนพ่อมาก ๆ

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

บททดสอบลูกเพาะชุดแรก.....

ชุดนี้เป็นลูกดู่ยักษ์กับแม่ไก่เชิงสายอีสาน โดยส่วนตัวไม่คิดว่าไก่ลูกครึ่งคนละสไตล์อย่างดู่ยักษ์ซึ่งเป็นพม่าถอย แข้งหน้าจัด กับ แม่ไก่เชิงอีสานดั้งเดิม จะสามารถให้ลูกที่ออกมาได้ลงตัว ลูก ๆ ชุดนี้ที่ปล่อยผสม เป็นแม่ไก่เชิงเหล่าเดียวกันจำนวนสามแม่ ได้ลูกรุ่น ๆ เดียวกันทั้งหมดราว ๆ ยี่สิบตัว ตัวผู้ตัวเมียอย่างละครึ่ง ๆ ด้วยความที่ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วก็เลยบอกคนเพาะว่า ไม่ต้องเก็บไว้เพราะว่าไม่น่าจะออกมาดี สรุปแล้วส่วนมากก็ถูกประกอบเป็นอาหารในช่วงหน้านา เหลือเพียงสองตัวที่คนเพาะเสียดายเอาไปซ่อนไว้ที่อื่น คือเจ้าแดง กับ เจ้าเขียว เมื่อถึงเวลาเต็มหนุ่มก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เลยลอง ๆ จับไปปล้ำดู มาดูแต่ละตัวกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตัวแรก เจ้าแดง

เจ้าแดงจะเป็นไก่รอยค่อนข้างโต โครงสร้างดี ประมาณ 3.1 ลำตัวยาวหน้าพิงกว้างหนา ออกทรงไก่ไทย ๆ แต่ว่าสีสันเป็นพม่า เจ้าแดงปล้ำครั้งแรกกับ ไก่ใหม่ ๆ เช่นกัน สีหวาย (สีสา)แต่ว่าปล้ำมาหนึ่งครั้งและทำเนื้อทำตัวมาบ้างแล้ว ในการปล้ำคู่ต่อสู้ออกลักษณะน่าจะเป็นลูกผสมพม่าไทย ชนออกเชิง ๆ คุมบน เจ้าแดงอยู่ตำแหน่งหนุนหน้าคาง จังหวะหลุด จะคว้าแล้วตีรัดล่างขึ้นบนมีเบิ้ลสองสามให้เห็น ต้นยกเจ้าแดงโดนตีหักสองครั้ง แต่ว่าด้วยตำแหน่งหนุน ๆ หัวดิ้นทำให้เอาตัวรอดได้ดี และ ยกแข้งวางแข้งได้แม่น ๆ คม ๆ แม้จะเป็นไก่ใหม่ ๆ เพิ่งจับจากฝูง ด้วยความพยายามและเหลี่ยมดีกว่าก็ตีสะสมเรื่อย ๆ บางจังหวะที่คู่ต่อสู้เข้ามาลึก ๆ เจ้าแดงก็มีกัดบ่าตีตัวแก้ไข มีทรุดให้เห็นเหมือนกัน แผลที่เจ้าแดงวาง เป็นแผลรัดล่างไล่ขึ้นบน คือ บริเวณคอน้อย ไล่ขึ้นหู สลับกับตีตัวบ้างในลูกแก้ไข ช่วยกลาง ๆ อันถึงปลายอันเจ้าแดงเริ่มตีได้มากขึ้นและ ย้ำแผลเดิม ๆ คู่ต่อสู้เริ่มคอแข็งอย่างเห็นได้ชัด ปลาย ๆ อันตีย้ำหน้าคอ กระเดือก และบ้องหูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโดนแข้งเจ้าแดงเข้าจัง ๆ ถึงกับหักร้อง แต่ว่าก็ยังกลับมาสู้กันได้ต่อ จบการปล้ำครั้งแรกเต็มหนึ่งอันแบบเจ้าแดงดูดีกว่า ไม่ได้เจ็บอะไรมากนักมีเพียงอาการเพลีย ๆ เพราะว่าไม่เคยปล้ำมาก่อน ถือว่าสอบผ่านเพราะว่าด้วยสภาพที่เป็นไก่ใหม่ ๆ แต่ว่าแสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางแข้งที่แม่นยำ ย้ำแผล มีลูกแก้ไข บางจังหวะมีเบิ้ลแข้งถึงเจ็ดแข้งแบบโดนทุกเม็ดก็มีให้เห็นในครั้งนี้ หากคู่ต่อสู้เข้ามาหัวต่ำ ๆ ก็ตีได้เจ็บ ๆ ดี ถือว่าเป็นไก่ลูกผสมพม่า เชิง ที่ทำผลงานได้น่าแปลกใจหลังจากที่ไม่ได้คาดหวังเลย

ตัวที่สอง เจ้าแมงภู่

ส่วนอีกตัวคือ เจ้าเขียว (แมงภู่) เป็นไก่ที่ผสมชุดเดียวกัน แต่น่าจะเกิดทีหลังเจ้าแดงอยู่บ้าง ดูจากลักษณะขนที่สุดทีหลังเจ้าแดง พิกัดน้ำหนักประมาณ 2.8 เป็นไก่จับสวยไม่โตไม่เล็กเกินไป เจ้าแมงภู่ ปล้ำให้หลังจากเจ้าแดงปล้ำหนึ่งเดือน โดยปล้ำกับไก่แถว ๆ บ้านเป็นไก่ใหม่ไม่เคยปล้ำเช่นกัน คู่ปล้ำเป็นไก่ลักษณะพม่าสีหวาย(สีสา) ได้เปรียบรอยเจ้าแมงภู่มากทั้งความสูง ยาว และ น้ำหนัก และ รอย ประเมินน้ำหนักไม่น่าจะต่ำกว่า 3.0 แต่ว่าใหม่ ๆ ด้วยกันหาคู่ปล้ำไม่มีเลยอยากลองดูหากไม่ไหวก็จะจับไว้ปล้ำในครั้งต่อไป เมื่อปล่อยหางเจ้าหวายเป็นตัวเดินเข้ามา เจ้าแมงภู่ออกสไตล์ไหลหัวออกข้างหลบแล้วแง้มหน้าคางบินวางแผลบริเวณคอน้อย เจ้าหวายก็ยังเดินบี้เข้ามาด้วยลักษณะแล้วน่าจะเป็นลูกผสมไก่เชิงเดินบดเดินบี้ เจ้าแมงภู่ก็เอาตัวรอดด้วยการถอยฉากดักยิงรัดหน้าคอขึ้นหูเน้น ๆ แรง ๆ บางจังหวะ เจ้าหวายเข้าปีกก็มีอึดอัดเปิดปีกวิ่งออกให้เห็น ลูกที่เข้ามาหน้าตรง ๆ เจ้าแมงภู่ปากไวกว่าจับยิงหน้าตรงได้จัง ๆ ทำให้เจ้าหวายทรุดหลายครั้ง แต่เจ้าหวายก็ยังเดินบดเดินบี้อยู่ตลอด ก็ยังทำไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน เจ้าแมงภู่จะชิงจังหวะยิงแข้งหน้าก่อนเสมอและโดนแทบทุกครั้ง แต่ด้วยอาศัยรูปร่างที่ได้เปรียบเจ้าหวายก็เดินกระแทกเข้ามาไม่หยุด มีจังหวะที่ตีเจ้าแมงภู่ได้ก็ลูกขว้างแข้งเปล่าบ้างเท่านั้น เจ้าแมงภู่เป็นไก่หัวดิ้น หากเจ้าหวายจับหัวได้ตรง ๆ จะดึงหัวกลับและดิ้นจนหลุดหรือทำให้เจ้าหวายตีไม่ถนัด หลายจังหวะเจ้าหวายมุดช้าจะเข้าปีก เจ้าแมงภู่จับหัวบินตีลงล่างได้ชัดเจนเจ็บ ๆ เป็นไก่ที่ตีหัวต่ำได้ชัดมาก ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นในทางสายแม่ไก่เชิงอีสานชุดนี้นั่นเอง ตลอดการปล้ำ15 นาที เจ้าแมงภู่แสดงการเอาตัวรอดจากการปล้ำเสียเปรียบได้เป็นอย่างดีแทบไม่เจ็บตัว แต่ว่ามีอาการเพลีย ๆ เวลาโดนบี้บ้างเท่านั้น แต่ว่าก็เอาตัวรอด และ ตอบโต้ได้เจ็บ ๆ ต่างจากอาการเจ้าหวายซึ่งโดนไปหลายหักเจ็บมากพอดู แผลชัดเจนคือ บริเวณหู และคอน้อย ถือ ว่าเป็นการปล้ำเต็ม ๆ รูปแบบที่น่าประทับใจทีเดียว ก่อนหน้านั้นปล้ำกับใหม่ ๆ เหมือนกันได้ประมาณห้านาที ชนอีกสไตล์คือคุมบนตีข้อหัว ตีได้ชัด ๆ ไม่กี่ลำคู่ต่อสู้ออกอาการหักให้เห็นต้องพอ เพราะว่าไก่ใหม่ ๆ ด้วยกันทั้งคู่ สรุปเท่าที่เห็นเจ้าแมงภู่เป็นไก่ที่มีลักษณะคุมบนได้ ถอดถอยหนุนเอาตัวรอดแบบพม่าได้ เบอร์แข้งดูจะลำโตกว่าเจ้าแดง ชั้นเชิงภาพรวม ๆ จะเหนือกว่าเจ้าแดงอยู่บ้าง ซึ่งเป็นไก่ที่ชนได้หลายสไตล์กว่า เอาตัวรอดได้เนียนกว่า

การวัดผลสำหรับลูกเพาะชุดแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ พอใจในระดับหนึ่งทำให้เห็นแนวทางการพัฒนา ระหว่างพ่อพม่ากับ แม่ไก่เชิง ชุดนี้เอาตัวรอดใช้ได้ เบอร์แข้งถือว่าค่อนข้างดี ความแม่นผ่าน ตีหัวล่างได้ดี ตำแหน่งล่างได้บนได้ แต่ไม่ได้พลิ้วเหมือนพม่าร้อย หรือ ไม่ได้เชิงจัดจ้านแบบไก่เชิงทั่วไป

ตอนนี้สองตัวถูกส่งไปทดสอบเลี้ยงในซุ้มเพื่อลองออกชนจริง เจ้าแดงให้พี่แก๊ด พี่ชายเลี้ยงไว้ที่สนามบินน้ำ นนทบุรี ส่วนเจ้าแมงภู่ ให้ลุงต้อย เด็กนอก ที่บางแค ลองเอาไปเลี้ยงดูเช่นกัน หากได้ผลอย่างไรคงเห็นแนวทางการพัฒนามากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ลูกเพาะที่ชัยนาท...

อีกส่วนหนึ่งไก่ที่ได้เพาะพัฒนานั้น อยู่ที่ สรรค์บุรี ชัยนาท กับน้องที่ทำงานที่เดียวกัน สามาส เด็กหนุ่มที่รักไก่ชน และ รักไก่เชิงไทยมาตลอด ถึงจะมีเล่น เลี้ยงพม่าเข้ามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่หลัก ๆ ไก่ที่บ้านนี้จะเพาะแต่ไก่เชิงเท่านั้น ชุดที่ได้จัดแม่ไก่ไปให้เพาะนั้น เป็น แม่ป่าก๋อย ที่ได้มาจาก คุณ กุ๊ก คนพันทาง และ พี่ไกร ประดู่ไทย สระแก้วเป็นแม่ไก่เหลืองหางขาว
พ่อไก่ที่เพาะชุดนี้นั้นเป็นพ่อไก่เหลืองหางขาว ผมเรียกเป็นเกียรติกับเจ้าของไก่ ว่า เจ้าสามารถ ชื่อพ้องกับเจ้าของ แต่ว่าเหมือนกับนักมวยในดวงใจ พี่ มารถ แหบ อัจฉริยะ พ่อไก่ตัวนี้เป็นไก่ไม่มีไฟต์ติดตัว แต่ว่าเจ้าของคิดอย่างไรถึงกล้าตัดสินใจเอามาทำพ่อไก่ ที่ไปนั้น พ่อไก่ตัวนี้เป็นไก่เหลืองหางขาวโทนสีเหลืองใหญ่ที่สวยงามมาก ถึงจะไม่ใช่ไก่ระดับสนามประกวดแต่ว่าถือได้ว่าเป็นไก่เหลืองหางขาวเต็มสูตรอีกหนึ่งตัวมีหางขาวปลอดอยู่หนึ่งเส้นเป็นหางชัย เมื่อครบอายุ พอที่จะปล้ำได้ ก็ลองปล้ำดูกับทั้งไก่ไทย และ พม่า ปรากฎว่า สามารถเก็บได้ทั้งไก่ไทยเชิง และ ไก่พม่า โดยที่มันไม่เจ็บตัว เป็นไก่เชิง ปากไว ลำพอประมาณ ไม่ถึงกับโต แต่ว่าแทงจริง ทั้งหมู่บ้านเลยลงความเห็นว่าไก่ตัวนี้สมควรที่จะทำพ่อไก่อย่างเดียว ไม่มีอะไรต้องสงสัยถึงแม้ว่าเป็นเกรดไก่ที่ชนได้ถึงสนามใหญ่ แต่สรุปแล้ว ผสมเอาลูกดีกว่า ผมเองได้ข่าวจึงเป็นธุระหาตัวเมียเหลืองหางขาวสายตีเพื่อผสมพันธุ์ เพราะว่าไม่ได้ต้องการแค่ความเก่งอย่างเดียว แต่ว่าต้องการสืบสานลักษณะความสวย และ เก่งมาด้วย แม่ไก่เหลืองหางขาวสายตีที่มีคุณสมบัติที่ต้องการไม่ได้หาง่าย ๆ นัก สุดท้ายได้ความ อนุเคราะห์จาก คุณ กุ๊ก เป็นแม่ก๋อย ชื่อว่า แม่ แบลคเลเบิ้ล (ชื่อนี้มีที่มา คุณ กุ๊กให้มาทับฟรี ๆ ไม่คิดราคาค่างวด เลยหิ้วแบลคเลเบิ้ล จากร้านปลอดภาษีดาวเรืองไปฝาก) อีกสองแม่ คือ แม่เหลืองปากขาว กับ แม่เหลืองปากดำ พี่ไกร นายประดู่ไทย ผู้พัฒนาสายพันธุ์ประดู่หางดำให้มา ทราบว่ามีเหลืองหางขาวสายเดียวเท่านั้นที่ได้อยู่บ้านนี้ก็เลยไม่ต้องสงสัยอะไรอีก เลยจัดการส่งสาว ๆ ทั้งสามไปอยู่ที่ชัยนาท ตั้งแต่ช่วง กลางปี 2551 เป็นต้นมา
มาดูความคืบหน้าและผลผลิตของ สามารถ และ แม่ไก่กัน
เริ่มจากเจ้าสามารถ
รูปร่างหน้าตา หล่อ เก่ง
โชว์หุ่น

ลูกชุดแรกของเจ้า สามารถ คือ เจ้าเหลือง ลูกแม่เหลืองปากดำตัวนี้ ปัจจุบันปล้ำไปแล้วสองครั้ง อยู่ในช่วงหลุดแซม ผลการปล้ำน่าพอใจในระดับหนึ่ง เป็นไก่เชิง ๆ คุมบน ลูกตีแม่น ตีเจ็บใช้ได้ แต่ว่าความไวยังน้อยไปนิด ปล้ำสองครั้งน๊อคคู่ต่อสู้ไม่เต็มอันทั้งสองครั้ง

ตัวต่อมาชุดแรก คือ เจ้าจิ๋ว ลูกชายแม่ แบลคเลเบิ้ล ตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยแข็งแรง พี่น้อง ๆ ที่สวย ๆ ตายหมด มีเหลือตัวเดียวซึ่งรอดมาก็แกร็น แต่ว่าสภาพน้ำขนดีมาก ๆ ครั้งแรกที่ปล้ำกับ ไก่ไทยเชิงด้วยกันตอนหนุ่ม นั้น น้ำหนักเพียงไม่ถึง 2.4 คู่ปล้ำน่าจะ 2.7 ปล้ำได้หนึ่งอัน ดูไม่ค่อยดีตามประสาไก่เล็กปล้ำไก่ใหญ่ แต่แสดงออกถึงความพยายามให้เห็น มีคาบบ่าตีตัว ตีซอก ได้บนตีชัด ๆ ลำโตเกินตัว บางจังหวะมีเบิ้ล แต่ว่าแรงปะทะสู้ไม่ได้ และ ขึ้นลำบาก

หลังจากปล้ำครั้งเดียวก็หลุดแซม หลังจากแซมเต็มแล้วนั้น น้ำหนักขึ้นมา สองขีด ได้ 2.5 ลองปล้ำดูกับพม่า ตัวเท่า ๆ กันอายุไล่เลี่ยกัน เจ้าจิ๋วแทงตัวซะเดี้ยงไม่เต็มอันต้องจับ ครั้งที่สอง ลองกับพม่าอีกเช่นกัน เจ้าจิ๋วใช้เวลาอันกับประมาณห้านาที ตีคู่ปล้ำร้องคาแข้ง อันแรกขึ้นบนไม่ได้ให้การคาบแทงตัว แทงซอก แล้วไล่ขึ้นบน เข้าอันสอง คู่ต่อสู้เริ่มให้หัว เจ้าจิ๋วตีไม่กี่แข้งหูตาปริบร้องออกปาก สภาพปัจจุบันหลังแซมเต็มก่อนการปล้ำครั้งที่สอง สถานภาพปันทำเนื้อทำตัวเพื่อปล้ำ และ วางโปรแกรมออกชนเร็ว ๆ นี้

มาดูชุดน้อง ๆ อีกรุ่นกันบ้าง ชุดนี้เป็นลูกแม่เหลืองปากขาวมีอยู่สามตัวที่สู้กล้อง ตัวที่ดูเด่นที่สุดคือตัวหัวดอกลักษณะสีสันสวยดี


เจ้าตัวนี้โตกว่าเค้าเพื่อน 2.9 แล้วโครงสร้างปึกแผ่นดีมาก ๆ เป็นลูกแม่ เหลืองปากดำ โทนสีออกไปทางประดู่เลาหางขาว ไม่ออกเหลือง


ส่วนเจ้าตัวนี้ เป็นลูกชายแม่ก๋อย แบลคเลเบิ้ล ลักษณะรูปร่างออกมาสวย สมส่วนดี

ลูก ๆ แม่ แบลคเลเบิ้ล อีกชุดที่ไม่กล้าสู้กล้อง

นี่เป็นอีกหนึ่งสายของการพัฒนา ที่เน้นไปที่ไก่เชิงไทยเป็นหลักและ ที่ต้องการเห็นมาก ๆ คืออยากได้สายเลือดไทยที่เก่ง และ สวยด้วย ต้องติดตามประเมินผลกันต่อไปว่า ชุดที่สองจะเป็นอย่างไร จากการประเมินผลด้วยสายตาชุดนี้น่าจะพอยิ้มได้

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ลูกเพาะชุดแรก...

ไก่ลูกเพาะชุดแรกที่เริ่มพัฒนาเมื่อต้นปีนี้ ลูกเพาะชุดแรกที่ออกมาเป็นพ่อพม่าผสมกับแม่ไก่ไทยเชิงอีสานดั้งเดิมแบบไม่ได้ตั้งใจ ลูก ๆ ชุดแรกออกมาหลายตัว แต่ว่าเหลือไว้แค่สองตัว เกิดจากพ่อคือ เจ้าดู่ยักษ์พม่าสายแม่สะเรียงรอยใหญ่ กับ แม่ มะลิเชิงไทยร้อย ที่เหลือคือเจ้าเขียว

อายุประมาณ เก้าเดือน เพิ่งสู้ไก่ตัวเมีย แต่ว่ามีพ่อไก่คุมฝูงอยู่

สีออกมาเป็นสีไปทางแม่ แต่ว่าหน้าตา หาง ไปทางพ่อ

ลองทดสอบดูเบื้องต้นแล้วสำหรับตัวนี้ เป็นไก่ตีออกเชิงไทย ๆ แต่ว่ามีลูกหน้าลำโตใช้ได้ ทดสอบแค่นิดเดียวปล่อยรออายุดี ๆ แล้วค่อยลองอีกครั้ง เป็นไก่เกี่ยวตีเอี้ยวตี ตีแผลหู ตีหัวล่างได้ ว่าจะเก็บไว้ทับกับแม่ไก่สายเชิงอีกครั้งเพื่อเชิงเนียนขึ้น และ ได้ลูกหน้าเสริม

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

พลายงาม(เชิง)+สายหมอก (ก๋อย)

อีกหนึ่งสายที่อยากจะได้ไก่ที่ชนสไตล์เชิง+มีกัด เข้าไว ไม่แต่งตัว
พ่อ พลายงามเหลืองหางขาวสายเชิง
แม่สายหมอกป่าก๋อย เป็นลูกชุดแรก ต้องรอดูว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ได้ลูกมาแปดตัวไป ๆ มา ๆ เหลือแค่ ห้าตัว


อยากจะได้จุดเด่นของสายทางพ่อคือชนเชิงดี เชิงเนียน

ให้เลือดป่าก๋อยทางแม่มาเติมเต็มในการพัฒนาให้ตีกับพม่าได้ดียิ่งขึ้น....

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

ครอบครัวพม่ายักษ์

ครอบครัวพม่ายักษ์เป็นลูก ๆ ของเจ้าดู่ยักษ์นาแหลม จากเชียงใหม่
ลูก ๆ ชุดนี้มีตัวผู้หลุดออกมาสองตัว สีออกไปทางพ่อ ทั้งสอง และมีแววยักษ์เหมือนพ่อ
ยักษ์ ๑
ยักษ์ ๒

ตัวเมียสาวชุดพี่ของเจ้ายักษ์สองตัว ตอนนี้กำลังเพาะอยู่กับ เจ้าเพชรร้อยเอ็ดพม่าง่อนรอยใหญ่

ครอบครัวตีตัว

ไก่ชุดนี้ เป็นลูก ๆ ของเจ้าหวายตาเดียวตีตัว
ช่วงหนึ่งไปปล่อยคุมฝูงไว้กับแม่ไก่ไทยเชิงอีสาน สายเก่า ๆ
เจ้าหวายตีตัวครับ ได้มาสองไฟต์ สนามมาตรฐาน ก่อนจะปลดระวางเพราะเสียดวงตา
นี่เป็นลูก ๆ สองรุ่น สามชุดด้วยกัน ผมเรียกว่า ชุดชายใหญ่ กับ ชุดชายรอง....
รุ่นชายใหญ่ทั้งหมดมีสามตัว สองตัวจะออกสีสาเหมือนพ่อ ส่วนอีกตัวมีออกไปทางแม่ ทั้งหมดคางเครา เหมือนพ่อตอนหนุ่ม ๆ
ชายใหญ่ ๑ สีสันออกเป็นสีสาทางพ่อ
ชายใหญ่ ๒ สีสาเหมือนกัน
ชายใหญ่ ๓ สีสันออกไปทางสายแม่
รุ่นที่สอง ชุดชายรอง มีอยู่สองแม่ ชายรอง ๑
สีสันยังไม่เห็นออกทางพ่อ เป็นลูกแม่ด่าง แม่นี้ให้ลูกใช้ได้

ชายรอง ๒

สีสันออกทางสายแม่เช่นกัน เป็นลูกแม่สายหางเหล็กเป็นไก่สายเก่งอีกสายหนึ่งของบ้านนี้

ชุดนี้หวังเห็นออกมาตีตัวเหมือนพ่อมั่งก็พอ ชุดพี่ ๆ ที่อยู่กับเจ้าของเก่าที่แปดริ้วมีเก่งผลงานน่าพอใจ ก็ต้องรอดูผลงานน้อง ๆ ชุดนี้ คลิบนี้เป็นเจ้าชายรอง ๑ ทะเลาะกันกับตัวเมียชุดเดียวกัน
==========================

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

เหลืองเชิง + ตราด/บราซิล

ครับครัวเหลืองหางขาวสายเชิง เพาะผสมกับแม่ไก่สองตอสายบราซิล
พ่อไก่คือ เจ้าพลายงาม เหลืองหางขาวไก่เชิง จาก บรบือ
เป็นไก่เชิงดีตีเจ็บ เชิงสนิท ที่สามารถตีกับพม่าได้
แม่ตาดำ เป็นไก่เชิงสาย สองตอ + บราซิล จากการพัฒนาของ พี่มาโนช Bazil Mn..
ลูก ๆ ชุดแรกนี้ได้มา สี่ตัว ตอนเด็ก ๆ ดำ ๆ ได้ไปทางแม่ทุกตัว
ป่วยตายไป ๑ ตัวเหลือ อยู่ ๓ ตัวปัจจุบัน ประมาณ ๓ เดือนกว่า ๆ เป็นตัวเมียซะ ๒ ตัว ตัวหนึ่งดำมาก เกือบออกลักษณะแสมดำเลย
ได้ตัวผู้ตัวเดียวพอโตมาพอที่จะมองว่าออกลักษณะเหลืองหางขาวมั่งแล้ว
ปีกไชขาวสร้อยเหลืองเริ่มแทงออกมา แสดงว่าได้ทางพ่อมาบ้าง
ชุดนี้คาดหวังจะเห็นไก่เชิงที่ออกมาตีกับพม่าได้แบบไม่ต้องหลบ
โดยต้นทุนทางพ่อ เป็นไก่เชิงดีเข้าชิดตลอดไม่มีแบ่ง มีเข้าปีกทุบตัว ทุบท้าย
สายแม่ต้นทุนทางสองตอเป็นไก่ชอบตีพม่าเช่นกัน มีวิ่งเข้ากัดบ่า มีตีตัว ตีหัวต่ำเก่ง ดุดัน
หวังสายเลือดบราซิลยกระดับความดุดัน จิตใจอาฆาต ความอึด และ แผลตีฝังแข้ง ตีหัวต่ำเก่ง