วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พลายแก้ว ก๋อย-ง่อน นำเข้าเพื่อเติมเต็ม

เป็นไก่หนุ่ม ๆ สายเลือดดี เหล่าตีเงินแพง เป็นสายเลือด ก๋อย ง่อน ไก่หนุ่ม ๆ นำเข้าเพื่อมาเติมเต็มการพัฒนา เหล่านี้ ตีตัวแรง เข้าไวเหมือนก๋อย สีสันออกไปทางไก่ไทย เป็นไก่รุ่น ๆ 5-6 เดือน เห็นเชิงชนแต่เด็กๆ นั้นวิ่งเข้ากัดเหมือน ก๋อย ตีตัวแรง เบอร์แข้งไปทางง่อน ก็เอาเข้ามาชำไว้รออายุ หากเทสผ่านเบื้องต้น คงได้เป็นพ่อไก่เพราะว่ามั่นใจในสายเลือด และ การพัฒนาจากเจ้าของเหล่าเดิม

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เข้าพรรษา หน้าฝน กับ เรื่องของขนไก่

เข้าพรรษาหน้าฝน ทั้งคนทั้งไก่ ก็เริ่มที่จะหยุดกิจกรรมบางอย่าง หลาย ๆ ท่านใช้โอกาส นี้ปวารณาตัวเองงดดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเข้าวัดหลังจากที่ใช้ชีวิต ด้วยความโลดโผนมานาน ตลอดทั้งปีแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดี ถึงแม้ว่าเป็นระยะเวลาเพียงแค่สั้น ๆ แต่ก็เป็นการสร้างโอกาสในการเริ่มสิ่งดี ๆ ขึ้นก็ได้ ดีกว่าไม่มีโอกาส ในการเริ่มซะเลย หากใครที่ปวารณาในการทำความดีช่วงเข้าพรรษาไม่ว่าเรื่องอะไร ก็ขออนุโทนาด้วย
ที่นี้มาเข้าเรื่องของบรรดาไก่ชนมั่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ไก่ชนส่วนใหญ่ได้มีโอกาส หยุดการต่อสู้ชั่วคราวเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงทางฤดูกาล พอเข้าหน้าฝนบรรดาไก่ชน นักสู้หงอนแดงแข้งติดเดือยทั้งหลาย ก็เริ่มที่จะนัดกันผลัดขน เป็นช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จากไก่ลูกกระแอก็เปลี่ยนมาเป็นไก่หนุ่ม ไก่หนุ่มก็เปลี่ยนมาเป็นไก่หนุ่มใหญ่ ไก่หนุ่มใหญ่ก็จะเข้าวัยไก่รุ่นใหญ่ฉกรรจ์เต็มตัว ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกหนึ่งวัย ตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง หลังจากขนเต็มตัวแล้ว ก็ถือว่าบรรดาไก่หนุ่มเหล่านั้นก็จะได้มีการเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อจะต่อสู้ในวันข้างหน้า ส่วนบรรดาหนุ่ม ๆ ที่เข้าสู่การเป็นลูกแซม หรือ ลูกถ่ายใหญ่ ก็เตรียมตัวมาเข้าสังเวียนเลือดต่อไป
การเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาที่ไก่ได้ถ่ายขนนั้น มีอะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นในตัวไก่ อย่างเช่นเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ร่างกายจะโตขึ้น น้ำหนักมากขึ้น โครงสร้างทางร่างกายหนาขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความเข้มแข็ง และ ความแกร่งไปอีกระดับ อีกสิ่งหนึ่งที่นอกเหนือจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายที่เราเห็นเป็น รูปธรรมได้แล้ว สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบนามธรรม คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจของไก่เอง เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่ไก่ผลัดขนนั้น อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ไก่ชนทั้งหลายได้พักผ่อนร่างกายจากการตรากตรำต่อสู้ในสังเวียนเลือดติดต่อกันเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เมื่อไก่ได้พิสูจน์ตัวเองระดับหนึ่งว่าควรค่ากับการสืบเผ่าพันธุ์เจ้าของจะปล่อยเพื่อผสมพันธุ์ ปล่อยคุมฝูง มีความเป็นอิสระ ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ไก่มีความสุข ที่ได้อยู่กับฝูงกับตัวเมีย ได้ผสมพันธุ์ ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่ในดับสูงสูดในการจัดลำดับทางสังคมของฝูง ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานที่ทำให้ไก่ที่ผ่านการถ่ายขน และ การคุมฝูงนั้นก็จะทหให้ไก่ได้มีการพัฒนาทางจิตใจไปอีกหนึ่งขั้น คือจะมีความฮึกเหิมมากกว่าไก่หนุ่มที่ยังไม่เคยคุมฝูง จนกระทั่งขนเต็มสุดสร้อย สุดปีก สุดหาง ก็เป็นเวลาที่เจ้าของต้องจับออกจากฝูงเพื่อกลับมาทำหน้าที่ในสังเวียนอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้เองเป็นความแตกต่างระหว่างไก่หนุ่มกับไก่แซม ไก่ถ่าย ความแตกต่างทั้งสอง มิติ คือ ในแง่ของ ร่างกาย และ จิตใจ ไก่ถ่ายย่อมมีมากกว่าไก่หนุ่ม
ไก่ชนเป็นไก่ที่จำเป็นจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงคือ มีประสิทธิภาพในการออกแรงได้มาก ได้นาน เคลื่อนไหวได้เร็ว
แข็งแกร่งคือ มีความทนทานต่อการต่อสู้ ทนต่อความเจ็บปวดได้ดี
และ อีกอย่างคือ สภาวะ ทางจิตใจของไก่ คือ เป็นไก่จิตใจที่พร้อมที่จะต่อสู้ ต้องการเอาชนะ ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
จะเรียกว่าเป็นความได้เปรียบของไก่ แซมไก่ถ่าย ที่ได้เปรียบไก่หนุ่ม หากจะเรียงตามลำดับ ก็คือ ไก่ลูกถ่าย ได้เปรียบไก่ลูกแซม ไก่ลูกแซมได้เปรียบไก่หนุ่ม ไก่หนุ่มอายุมากกว่าได้เปรียบไก่หนุ่มที่อายุน้อยกว่า
สิ่งเหล่านี้นี่เองที่เป็นสิ่งที่รับรู้กันมาได้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นไปโดยอัตโนมัติว่า อย่าอาจหาญ เอาไก่หนุ่มไปตีกับลูกอายุ ซึ่งหากเรามอง หากเราพิจารณาจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จะเห็นถึงการเสียเปรียบของไก่หนุ่มที่มีแก่ไก่ลูกอายุ ซึ่งไม่ได้หมายความไปถึงว่า ไก่ลูกหนุ่มจะสู้ไก่ลูกอายุไม่ได้ เป็นแต่เพียงว่า การที่ไก่ที่มีความเสียเปรียบนั้นโอกาส ที่จะเอาชนะไก่ที่ได้เปรียบอยู่ก็มีน้อยลง การเอาชนะไก่ลูกอายุที่ดีกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อย่างที่เห็น ๆ กันประจำในสังเวียนการต่อสู้ของไก่ ไก่หนุ่ม ๆ บางครั้งจะเป็นตัวตีมากกว่า แต่ว่าไม่สามารถเก็บไก่ลูกอายุได้ กลับกันหากลูกอายุตีไก่ลูกหนุ่มกลับไม่สามารถทนได้ ทั้งนี้ก็มาจากสภาพเงื่อนไขทางด้านร่างกายที่มีความได้เปรียบกันนั่นเอง ในส่วนของเรื่องจิตใจเองก็เช่นเดียวกัน มีผลกับการแพ้ชนะของไก่มาก พอ ๆ กับเงื่อนไขทางด้านร่างกาย บ่อยครั้งจะเห็นว่าไก่ที่โดนเจ็บ ๆ เท่า ๆ กัน ไก่ลูกอายุนั้นจะมีความอดทนมากกว่าไก่ลูกหนุ่ม ซึ่งหากตีเท่ากันความอดทนต่างกันนั้นปัจจัยที่จะมาชนะกันก็เป็นเรื่องของจิตใจกันแล้ว
ทั้งนี้สิ่งที่กล่าวมามองแค่ความแตกต่างทางด้านความได้เปรียบเรื่องอายุเท่านั้น เราเองจะเห็นเสมอมาว่าการพิจารณาในการเปรียบไก่นั้น องค์ประกอบหนึ่งที่ มือเปรียบไม่เคยมองข้ามคือ ความเป็นไก่ลูกหนุ่ม ลูกแซม และลูกอายุ ของไก่คู่ต่อสู้ที่ต้องการจะตีด้วย เพราะว่าหากได้เปรียบอายุก็มีความได้เปรียบในระดับหนึ่งแล้ว หากส่วน อื่น ๆ พอ ๆ กัน ก็ทำให้มั่นใจได้และมองถึงชัยชนะได้ แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องเพราะว่าการ แพ้ชนะของไก่นั้นมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือเงื่อนไขของการแตกต่างเรื่องอายุนั่นเอง การชนไก่ในสังเวียนเราเองก็จะเห็นเสมอมาว่าเซียนที่เล่นไก่นั้น ก็นำราคาของการเป็นลูกถ่าย ลูกอายุ มาตีราคาต่อรอง ถ้าไก่ตีกันสูสี ส่วนมากราคาก็จะให้ไก่อายุดีกว่าเป็นต่อ ไม่น้อยก็มาก
ที่หยิบยกเรื่องนี้มาเพราะว่า หลังจากหมดหน้าฝนไก่เหล่านี้ก็ต้องทยอยกันเข้าสู่สังเวียน สร้างความคึกคักกับวงการอีกครั้ง ก็เป็นการบ้านสำหรับคนที่เลี้ยงไก่ออกตีล่ะครับ ไก่เก่งที่ผ่านสังเวียนมาแล้วและเสร็จสิ้นภารกิจของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายถ่ายขน ก็จะออกมาอาละวาดกัน สำหรับท่านที่อุ้มไก่หนุ่มเข้าไปในสังเวียนก็คงต้องระวังไก่ลูกถ่ายให้มากขึ้น เพราะว่านอกจากไก่ลูกถ่ายเหล่านี้จะมีความแข็งแกร่งทางร่างกายแล้ว ยังเชื่อได้เลยว่าต้องเป็นไก่เก่งมาก่อน เพราะว่าหากไก่เหล่านั้นไม่เก่งก็คงคงจะไม่สามารถก้าวผ่านพ้นวัยแห่งการเป็นถ่ายขนแล้วกลับมาสู่สังเวียนอีกได้ คงถูกจำหน่าย ถูกกำจัดพ้น ๆ ซุ้มไปแล้ว ช่วงนี้กระแสการชนไก่ไม่คึกคักเท่าไหร่ หลายสนามได้ข่าวว่าไก่ติดคู่ตีกันไม่มากและ ไม่ครึกครื้นนัก ต่างก็เฝ้ารอการกลับมาของบรรดานักสู้ที่กำลังถ่ายขนเพื่อกลับมากระตุ้นความมีชีวิตชีวาของวงการอีกครั้ง ประมาณ ออกพรรษาถึงปลายปี ก็คงจะเริ่มกลับมาสู่สถาวะปกติอีกครั้ง ก็เตรียมไก่ เตรียมกระสุนไว้สู้กันให้เต็มที่มีความสุขกับการตีไก่นะครับ โชคดีมีชัยตีไก่ได้ตังค์ครับผม

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แม่แจ้หงอนพับ เหล่าเขียวเชียงตุง

เป็นไก่สีแปลก ๆ หงอนแปลก ๆ

พ่อมาวิน+แม่เหล่าเขียวเชียวตุง อายุ 3 ปี

เอามาเข้าหวังเห็นความโหดของแข้ง

รอดูผลงานของลูก ๆ กัน ตอนนี้ปล่อยเข้ากับ เพชรร้อยเอ็ด

ได้มาจาก คุณ สุ สุริยันต์ฟาร์ม ปักธงชัย ครับ...

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เจ้าพลายงาม เหลืองหางขาวสายเชิง


ตอนหนุ่ม ๆ ได้หนึ่งไฟต์ แต่พอหลุดแซม คอดังรักษาไม่หาย

เลยได้เดินทาง จาก บรบือ มาเป็นพ่อไก่ที่ร้อยเอ็ด

เป็นไก่เชิงแบบไก่ตราด ค่อนข้างครบเครื่อง ตีพม่าอีสานได้

ตอนนี้ปล่อยเข้ากับแม่ไก่เชิงอีสานอยู่

ด้วยความอนุเคราะห์ จาก พ่อแดง แห่งบรบือครับ...

เจ้าต่วนเป๋ หัวหน้าใหญ่ไก่พิการเต็มสูตร

ต่วนเป๋ เป็น ป่าก๋อย ง่อน รอยเล็ก ๆ

พกพาความพิการมาแต่กำเนิด นิ้วเท้า ดีครึ่ง พิการอีกครึ่ง

โตมาปล้ำได้เห็นฝีมือแล้ว ยังไม่พอใจในความพิการ

เอาตาไปโหม่งเดือยพม่าเข้าให้ เลยเหลือตาขวาข้างเดียว

ปลดระวางเป็นพ่อพันธุ์ เลยได้ พเนจร จากกาญจน์ มาอยู่ร้อยเอ็ด

อยู่ร้อยเอ็ด คนดูแล สงสัย ว่าเอาไก่งี้มาทำไม

เลยล้วงจากเล้าเพาะจากตัวเมียไปวัดแข้งให้พม่า ที่จะเลี้ยงออกตี

ดันไปตีพม่าเลี้ยงตาแตก ร้องออกปาก ต้นอันสาม

กลายเป็นไก่ดัง ของหมูบ้าน ซะงั้น

หวังได้ลูกเยอะ ๆ แต่ว่าท่าจะยาก เพราะว่าดุ เตะตัวเมีย

ผลงานการพัฒนา ของคุณ กุ๊ก จอมโจรร้อยรัก

แห่ง คนพันธุ์ทาง ท่ามะกา

เจ้าดู่บ้านดง พม่ายักษ์ จากเชียงใหม่

เป็นพม่ารอยใหญ่ เน้นแข้งคม และ ลูกหน้าเด่น

รอยใหญ่ 3,8 โล

ลูก ๆ ที่เพาะไว้ก่อนที่จะย้ายมาร้อยเอ็ด มีผลงานแล้ว

ชุดแรก ๆ ที่เพาะที่ร้อยเอ็ด อีกสามเดือน น่าจะได้ดูเชิง

ผลงานพัฒนา ของ

ลุงต้อม นาแหลม มังกรหนุ่มน้อยหน้ามลแห่งลุ่มน้ำยม(เจ้าตัวว่ามา)

เจ้าหวายตาเดียว พ่อพันธุ์ ตีตัว


พ่อพันธุ์ ที่นำเข้ามาเพื่อพัฒนาไก่ตีตัว

เป็นสไตล์ ไก่ตีตัวล้วน ๆ ไม่สนใจหาหัว

ชนะมาสองเที่ยวแบบขนหัวไม่หลุด

ผ่านบ่อนใหญ่ สองเที่ยว บางขวัญแปดริ้ว 11,000 และ 33,000

แต่ว่าไฟต์สุดท้ายพลาดโดนตาขวา ขณะที่เป็นต่อขาดแล้ว

ก่อนจะเอาชนะ แบบเหลือ ไฟหน้าข้างเดียว

ตอนนี้จับเข้าคู่กับ แม่พันธุ์ป่าก๋อย อยากได้ลูก ๆ ตีตัวจัด ๆ

ลูก ๆ สองชุด ที่เพาะกับแม่ไก่เชิงสายอีสาน เห็นเตะกันเอง

กัดตีตัวอย่างเดียว ถ้าเสียจังหวะ จะถอดเหมือนพม่า มาเข้าอีกข้าง

ด้วยความอนุเคราะห์จากลุงต้อยเด็กนอกครับ...