วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

บททดสอบลูกเพาะชุดแรก.....

ชุดนี้เป็นลูกดู่ยักษ์กับแม่ไก่เชิงสายอีสาน โดยส่วนตัวไม่คิดว่าไก่ลูกครึ่งคนละสไตล์อย่างดู่ยักษ์ซึ่งเป็นพม่าถอย แข้งหน้าจัด กับ แม่ไก่เชิงอีสานดั้งเดิม จะสามารถให้ลูกที่ออกมาได้ลงตัว ลูก ๆ ชุดนี้ที่ปล่อยผสม เป็นแม่ไก่เชิงเหล่าเดียวกันจำนวนสามแม่ ได้ลูกรุ่น ๆ เดียวกันทั้งหมดราว ๆ ยี่สิบตัว ตัวผู้ตัวเมียอย่างละครึ่ง ๆ ด้วยความที่ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วก็เลยบอกคนเพาะว่า ไม่ต้องเก็บไว้เพราะว่าไม่น่าจะออกมาดี สรุปแล้วส่วนมากก็ถูกประกอบเป็นอาหารในช่วงหน้านา เหลือเพียงสองตัวที่คนเพาะเสียดายเอาไปซ่อนไว้ที่อื่น คือเจ้าแดง กับ เจ้าเขียว เมื่อถึงเวลาเต็มหนุ่มก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เลยลอง ๆ จับไปปล้ำดู มาดูแต่ละตัวกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตัวแรก เจ้าแดง

เจ้าแดงจะเป็นไก่รอยค่อนข้างโต โครงสร้างดี ประมาณ 3.1 ลำตัวยาวหน้าพิงกว้างหนา ออกทรงไก่ไทย ๆ แต่ว่าสีสันเป็นพม่า เจ้าแดงปล้ำครั้งแรกกับ ไก่ใหม่ ๆ เช่นกัน สีหวาย (สีสา)แต่ว่าปล้ำมาหนึ่งครั้งและทำเนื้อทำตัวมาบ้างแล้ว ในการปล้ำคู่ต่อสู้ออกลักษณะน่าจะเป็นลูกผสมพม่าไทย ชนออกเชิง ๆ คุมบน เจ้าแดงอยู่ตำแหน่งหนุนหน้าคาง จังหวะหลุด จะคว้าแล้วตีรัดล่างขึ้นบนมีเบิ้ลสองสามให้เห็น ต้นยกเจ้าแดงโดนตีหักสองครั้ง แต่ว่าด้วยตำแหน่งหนุน ๆ หัวดิ้นทำให้เอาตัวรอดได้ดี และ ยกแข้งวางแข้งได้แม่น ๆ คม ๆ แม้จะเป็นไก่ใหม่ ๆ เพิ่งจับจากฝูง ด้วยความพยายามและเหลี่ยมดีกว่าก็ตีสะสมเรื่อย ๆ บางจังหวะที่คู่ต่อสู้เข้ามาลึก ๆ เจ้าแดงก็มีกัดบ่าตีตัวแก้ไข มีทรุดให้เห็นเหมือนกัน แผลที่เจ้าแดงวาง เป็นแผลรัดล่างไล่ขึ้นบน คือ บริเวณคอน้อย ไล่ขึ้นหู สลับกับตีตัวบ้างในลูกแก้ไข ช่วยกลาง ๆ อันถึงปลายอันเจ้าแดงเริ่มตีได้มากขึ้นและ ย้ำแผลเดิม ๆ คู่ต่อสู้เริ่มคอแข็งอย่างเห็นได้ชัด ปลาย ๆ อันตีย้ำหน้าคอ กระเดือก และบ้องหูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโดนแข้งเจ้าแดงเข้าจัง ๆ ถึงกับหักร้อง แต่ว่าก็ยังกลับมาสู้กันได้ต่อ จบการปล้ำครั้งแรกเต็มหนึ่งอันแบบเจ้าแดงดูดีกว่า ไม่ได้เจ็บอะไรมากนักมีเพียงอาการเพลีย ๆ เพราะว่าไม่เคยปล้ำมาก่อน ถือว่าสอบผ่านเพราะว่าด้วยสภาพที่เป็นไก่ใหม่ ๆ แต่ว่าแสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางแข้งที่แม่นยำ ย้ำแผล มีลูกแก้ไข บางจังหวะมีเบิ้ลแข้งถึงเจ็ดแข้งแบบโดนทุกเม็ดก็มีให้เห็นในครั้งนี้ หากคู่ต่อสู้เข้ามาหัวต่ำ ๆ ก็ตีได้เจ็บ ๆ ดี ถือว่าเป็นไก่ลูกผสมพม่า เชิง ที่ทำผลงานได้น่าแปลกใจหลังจากที่ไม่ได้คาดหวังเลย

ตัวที่สอง เจ้าแมงภู่

ส่วนอีกตัวคือ เจ้าเขียว (แมงภู่) เป็นไก่ที่ผสมชุดเดียวกัน แต่น่าจะเกิดทีหลังเจ้าแดงอยู่บ้าง ดูจากลักษณะขนที่สุดทีหลังเจ้าแดง พิกัดน้ำหนักประมาณ 2.8 เป็นไก่จับสวยไม่โตไม่เล็กเกินไป เจ้าแมงภู่ ปล้ำให้หลังจากเจ้าแดงปล้ำหนึ่งเดือน โดยปล้ำกับไก่แถว ๆ บ้านเป็นไก่ใหม่ไม่เคยปล้ำเช่นกัน คู่ปล้ำเป็นไก่ลักษณะพม่าสีหวาย(สีสา) ได้เปรียบรอยเจ้าแมงภู่มากทั้งความสูง ยาว และ น้ำหนัก และ รอย ประเมินน้ำหนักไม่น่าจะต่ำกว่า 3.0 แต่ว่าใหม่ ๆ ด้วยกันหาคู่ปล้ำไม่มีเลยอยากลองดูหากไม่ไหวก็จะจับไว้ปล้ำในครั้งต่อไป เมื่อปล่อยหางเจ้าหวายเป็นตัวเดินเข้ามา เจ้าแมงภู่ออกสไตล์ไหลหัวออกข้างหลบแล้วแง้มหน้าคางบินวางแผลบริเวณคอน้อย เจ้าหวายก็ยังเดินบี้เข้ามาด้วยลักษณะแล้วน่าจะเป็นลูกผสมไก่เชิงเดินบดเดินบี้ เจ้าแมงภู่ก็เอาตัวรอดด้วยการถอยฉากดักยิงรัดหน้าคอขึ้นหูเน้น ๆ แรง ๆ บางจังหวะ เจ้าหวายเข้าปีกก็มีอึดอัดเปิดปีกวิ่งออกให้เห็น ลูกที่เข้ามาหน้าตรง ๆ เจ้าแมงภู่ปากไวกว่าจับยิงหน้าตรงได้จัง ๆ ทำให้เจ้าหวายทรุดหลายครั้ง แต่เจ้าหวายก็ยังเดินบดเดินบี้อยู่ตลอด ก็ยังทำไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน เจ้าแมงภู่จะชิงจังหวะยิงแข้งหน้าก่อนเสมอและโดนแทบทุกครั้ง แต่ด้วยอาศัยรูปร่างที่ได้เปรียบเจ้าหวายก็เดินกระแทกเข้ามาไม่หยุด มีจังหวะที่ตีเจ้าแมงภู่ได้ก็ลูกขว้างแข้งเปล่าบ้างเท่านั้น เจ้าแมงภู่เป็นไก่หัวดิ้น หากเจ้าหวายจับหัวได้ตรง ๆ จะดึงหัวกลับและดิ้นจนหลุดหรือทำให้เจ้าหวายตีไม่ถนัด หลายจังหวะเจ้าหวายมุดช้าจะเข้าปีก เจ้าแมงภู่จับหัวบินตีลงล่างได้ชัดเจนเจ็บ ๆ เป็นไก่ที่ตีหัวต่ำได้ชัดมาก ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นในทางสายแม่ไก่เชิงอีสานชุดนี้นั่นเอง ตลอดการปล้ำ15 นาที เจ้าแมงภู่แสดงการเอาตัวรอดจากการปล้ำเสียเปรียบได้เป็นอย่างดีแทบไม่เจ็บตัว แต่ว่ามีอาการเพลีย ๆ เวลาโดนบี้บ้างเท่านั้น แต่ว่าก็เอาตัวรอด และ ตอบโต้ได้เจ็บ ๆ ต่างจากอาการเจ้าหวายซึ่งโดนไปหลายหักเจ็บมากพอดู แผลชัดเจนคือ บริเวณหู และคอน้อย ถือ ว่าเป็นการปล้ำเต็ม ๆ รูปแบบที่น่าประทับใจทีเดียว ก่อนหน้านั้นปล้ำกับใหม่ ๆ เหมือนกันได้ประมาณห้านาที ชนอีกสไตล์คือคุมบนตีข้อหัว ตีได้ชัด ๆ ไม่กี่ลำคู่ต่อสู้ออกอาการหักให้เห็นต้องพอ เพราะว่าไก่ใหม่ ๆ ด้วยกันทั้งคู่ สรุปเท่าที่เห็นเจ้าแมงภู่เป็นไก่ที่มีลักษณะคุมบนได้ ถอดถอยหนุนเอาตัวรอดแบบพม่าได้ เบอร์แข้งดูจะลำโตกว่าเจ้าแดง ชั้นเชิงภาพรวม ๆ จะเหนือกว่าเจ้าแดงอยู่บ้าง ซึ่งเป็นไก่ที่ชนได้หลายสไตล์กว่า เอาตัวรอดได้เนียนกว่า

การวัดผลสำหรับลูกเพาะชุดแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ พอใจในระดับหนึ่งทำให้เห็นแนวทางการพัฒนา ระหว่างพ่อพม่ากับ แม่ไก่เชิง ชุดนี้เอาตัวรอดใช้ได้ เบอร์แข้งถือว่าค่อนข้างดี ความแม่นผ่าน ตีหัวล่างได้ดี ตำแหน่งล่างได้บนได้ แต่ไม่ได้พลิ้วเหมือนพม่าร้อย หรือ ไม่ได้เชิงจัดจ้านแบบไก่เชิงทั่วไป

ตอนนี้สองตัวถูกส่งไปทดสอบเลี้ยงในซุ้มเพื่อลองออกชนจริง เจ้าแดงให้พี่แก๊ด พี่ชายเลี้ยงไว้ที่สนามบินน้ำ นนทบุรี ส่วนเจ้าแมงภู่ ให้ลุงต้อย เด็กนอก ที่บางแค ลองเอาไปเลี้ยงดูเช่นกัน หากได้ผลอย่างไรคงเห็นแนวทางการพัฒนามากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ลูกเพาะที่ชัยนาท...

อีกส่วนหนึ่งไก่ที่ได้เพาะพัฒนานั้น อยู่ที่ สรรค์บุรี ชัยนาท กับน้องที่ทำงานที่เดียวกัน สามาส เด็กหนุ่มที่รักไก่ชน และ รักไก่เชิงไทยมาตลอด ถึงจะมีเล่น เลี้ยงพม่าเข้ามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่หลัก ๆ ไก่ที่บ้านนี้จะเพาะแต่ไก่เชิงเท่านั้น ชุดที่ได้จัดแม่ไก่ไปให้เพาะนั้น เป็น แม่ป่าก๋อย ที่ได้มาจาก คุณ กุ๊ก คนพันทาง และ พี่ไกร ประดู่ไทย สระแก้วเป็นแม่ไก่เหลืองหางขาว
พ่อไก่ที่เพาะชุดนี้นั้นเป็นพ่อไก่เหลืองหางขาว ผมเรียกเป็นเกียรติกับเจ้าของไก่ ว่า เจ้าสามารถ ชื่อพ้องกับเจ้าของ แต่ว่าเหมือนกับนักมวยในดวงใจ พี่ มารถ แหบ อัจฉริยะ พ่อไก่ตัวนี้เป็นไก่ไม่มีไฟต์ติดตัว แต่ว่าเจ้าของคิดอย่างไรถึงกล้าตัดสินใจเอามาทำพ่อไก่ ที่ไปนั้น พ่อไก่ตัวนี้เป็นไก่เหลืองหางขาวโทนสีเหลืองใหญ่ที่สวยงามมาก ถึงจะไม่ใช่ไก่ระดับสนามประกวดแต่ว่าถือได้ว่าเป็นไก่เหลืองหางขาวเต็มสูตรอีกหนึ่งตัวมีหางขาวปลอดอยู่หนึ่งเส้นเป็นหางชัย เมื่อครบอายุ พอที่จะปล้ำได้ ก็ลองปล้ำดูกับทั้งไก่ไทย และ พม่า ปรากฎว่า สามารถเก็บได้ทั้งไก่ไทยเชิง และ ไก่พม่า โดยที่มันไม่เจ็บตัว เป็นไก่เชิง ปากไว ลำพอประมาณ ไม่ถึงกับโต แต่ว่าแทงจริง ทั้งหมู่บ้านเลยลงความเห็นว่าไก่ตัวนี้สมควรที่จะทำพ่อไก่อย่างเดียว ไม่มีอะไรต้องสงสัยถึงแม้ว่าเป็นเกรดไก่ที่ชนได้ถึงสนามใหญ่ แต่สรุปแล้ว ผสมเอาลูกดีกว่า ผมเองได้ข่าวจึงเป็นธุระหาตัวเมียเหลืองหางขาวสายตีเพื่อผสมพันธุ์ เพราะว่าไม่ได้ต้องการแค่ความเก่งอย่างเดียว แต่ว่าต้องการสืบสานลักษณะความสวย และ เก่งมาด้วย แม่ไก่เหลืองหางขาวสายตีที่มีคุณสมบัติที่ต้องการไม่ได้หาง่าย ๆ นัก สุดท้ายได้ความ อนุเคราะห์จาก คุณ กุ๊ก เป็นแม่ก๋อย ชื่อว่า แม่ แบลคเลเบิ้ล (ชื่อนี้มีที่มา คุณ กุ๊กให้มาทับฟรี ๆ ไม่คิดราคาค่างวด เลยหิ้วแบลคเลเบิ้ล จากร้านปลอดภาษีดาวเรืองไปฝาก) อีกสองแม่ คือ แม่เหลืองปากขาว กับ แม่เหลืองปากดำ พี่ไกร นายประดู่ไทย ผู้พัฒนาสายพันธุ์ประดู่หางดำให้มา ทราบว่ามีเหลืองหางขาวสายเดียวเท่านั้นที่ได้อยู่บ้านนี้ก็เลยไม่ต้องสงสัยอะไรอีก เลยจัดการส่งสาว ๆ ทั้งสามไปอยู่ที่ชัยนาท ตั้งแต่ช่วง กลางปี 2551 เป็นต้นมา
มาดูความคืบหน้าและผลผลิตของ สามารถ และ แม่ไก่กัน
เริ่มจากเจ้าสามารถ
รูปร่างหน้าตา หล่อ เก่ง
โชว์หุ่น

ลูกชุดแรกของเจ้า สามารถ คือ เจ้าเหลือง ลูกแม่เหลืองปากดำตัวนี้ ปัจจุบันปล้ำไปแล้วสองครั้ง อยู่ในช่วงหลุดแซม ผลการปล้ำน่าพอใจในระดับหนึ่ง เป็นไก่เชิง ๆ คุมบน ลูกตีแม่น ตีเจ็บใช้ได้ แต่ว่าความไวยังน้อยไปนิด ปล้ำสองครั้งน๊อคคู่ต่อสู้ไม่เต็มอันทั้งสองครั้ง

ตัวต่อมาชุดแรก คือ เจ้าจิ๋ว ลูกชายแม่ แบลคเลเบิ้ล ตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยแข็งแรง พี่น้อง ๆ ที่สวย ๆ ตายหมด มีเหลือตัวเดียวซึ่งรอดมาก็แกร็น แต่ว่าสภาพน้ำขนดีมาก ๆ ครั้งแรกที่ปล้ำกับ ไก่ไทยเชิงด้วยกันตอนหนุ่ม นั้น น้ำหนักเพียงไม่ถึง 2.4 คู่ปล้ำน่าจะ 2.7 ปล้ำได้หนึ่งอัน ดูไม่ค่อยดีตามประสาไก่เล็กปล้ำไก่ใหญ่ แต่แสดงออกถึงความพยายามให้เห็น มีคาบบ่าตีตัว ตีซอก ได้บนตีชัด ๆ ลำโตเกินตัว บางจังหวะมีเบิ้ล แต่ว่าแรงปะทะสู้ไม่ได้ และ ขึ้นลำบาก

หลังจากปล้ำครั้งเดียวก็หลุดแซม หลังจากแซมเต็มแล้วนั้น น้ำหนักขึ้นมา สองขีด ได้ 2.5 ลองปล้ำดูกับพม่า ตัวเท่า ๆ กันอายุไล่เลี่ยกัน เจ้าจิ๋วแทงตัวซะเดี้ยงไม่เต็มอันต้องจับ ครั้งที่สอง ลองกับพม่าอีกเช่นกัน เจ้าจิ๋วใช้เวลาอันกับประมาณห้านาที ตีคู่ปล้ำร้องคาแข้ง อันแรกขึ้นบนไม่ได้ให้การคาบแทงตัว แทงซอก แล้วไล่ขึ้นบน เข้าอันสอง คู่ต่อสู้เริ่มให้หัว เจ้าจิ๋วตีไม่กี่แข้งหูตาปริบร้องออกปาก สภาพปัจจุบันหลังแซมเต็มก่อนการปล้ำครั้งที่สอง สถานภาพปันทำเนื้อทำตัวเพื่อปล้ำ และ วางโปรแกรมออกชนเร็ว ๆ นี้

มาดูชุดน้อง ๆ อีกรุ่นกันบ้าง ชุดนี้เป็นลูกแม่เหลืองปากขาวมีอยู่สามตัวที่สู้กล้อง ตัวที่ดูเด่นที่สุดคือตัวหัวดอกลักษณะสีสันสวยดี


เจ้าตัวนี้โตกว่าเค้าเพื่อน 2.9 แล้วโครงสร้างปึกแผ่นดีมาก ๆ เป็นลูกแม่ เหลืองปากดำ โทนสีออกไปทางประดู่เลาหางขาว ไม่ออกเหลือง


ส่วนเจ้าตัวนี้ เป็นลูกชายแม่ก๋อย แบลคเลเบิ้ล ลักษณะรูปร่างออกมาสวย สมส่วนดี

ลูก ๆ แม่ แบลคเลเบิ้ล อีกชุดที่ไม่กล้าสู้กล้อง

นี่เป็นอีกหนึ่งสายของการพัฒนา ที่เน้นไปที่ไก่เชิงไทยเป็นหลักและ ที่ต้องการเห็นมาก ๆ คืออยากได้สายเลือดไทยที่เก่ง และ สวยด้วย ต้องติดตามประเมินผลกันต่อไปว่า ชุดที่สองจะเป็นอย่างไร จากการประเมินผลด้วยสายตาชุดนี้น่าจะพอยิ้มได้

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ลูกเพาะชุดแรก...

ไก่ลูกเพาะชุดแรกที่เริ่มพัฒนาเมื่อต้นปีนี้ ลูกเพาะชุดแรกที่ออกมาเป็นพ่อพม่าผสมกับแม่ไก่ไทยเชิงอีสานดั้งเดิมแบบไม่ได้ตั้งใจ ลูก ๆ ชุดแรกออกมาหลายตัว แต่ว่าเหลือไว้แค่สองตัว เกิดจากพ่อคือ เจ้าดู่ยักษ์พม่าสายแม่สะเรียงรอยใหญ่ กับ แม่ มะลิเชิงไทยร้อย ที่เหลือคือเจ้าเขียว

อายุประมาณ เก้าเดือน เพิ่งสู้ไก่ตัวเมีย แต่ว่ามีพ่อไก่คุมฝูงอยู่

สีออกมาเป็นสีไปทางแม่ แต่ว่าหน้าตา หาง ไปทางพ่อ

ลองทดสอบดูเบื้องต้นแล้วสำหรับตัวนี้ เป็นไก่ตีออกเชิงไทย ๆ แต่ว่ามีลูกหน้าลำโตใช้ได้ ทดสอบแค่นิดเดียวปล่อยรออายุดี ๆ แล้วค่อยลองอีกครั้ง เป็นไก่เกี่ยวตีเอี้ยวตี ตีแผลหู ตีหัวล่างได้ ว่าจะเก็บไว้ทับกับแม่ไก่สายเชิงอีกครั้งเพื่อเชิงเนียนขึ้น และ ได้ลูกหน้าเสริม

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

พลายงาม(เชิง)+สายหมอก (ก๋อย)

อีกหนึ่งสายที่อยากจะได้ไก่ที่ชนสไตล์เชิง+มีกัด เข้าไว ไม่แต่งตัว
พ่อ พลายงามเหลืองหางขาวสายเชิง
แม่สายหมอกป่าก๋อย เป็นลูกชุดแรก ต้องรอดูว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ได้ลูกมาแปดตัวไป ๆ มา ๆ เหลือแค่ ห้าตัว


อยากจะได้จุดเด่นของสายทางพ่อคือชนเชิงดี เชิงเนียน

ให้เลือดป่าก๋อยทางแม่มาเติมเต็มในการพัฒนาให้ตีกับพม่าได้ดียิ่งขึ้น....

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

ครอบครัวพม่ายักษ์

ครอบครัวพม่ายักษ์เป็นลูก ๆ ของเจ้าดู่ยักษ์นาแหลม จากเชียงใหม่
ลูก ๆ ชุดนี้มีตัวผู้หลุดออกมาสองตัว สีออกไปทางพ่อ ทั้งสอง และมีแววยักษ์เหมือนพ่อ
ยักษ์ ๑
ยักษ์ ๒

ตัวเมียสาวชุดพี่ของเจ้ายักษ์สองตัว ตอนนี้กำลังเพาะอยู่กับ เจ้าเพชรร้อยเอ็ดพม่าง่อนรอยใหญ่

ครอบครัวตีตัว

ไก่ชุดนี้ เป็นลูก ๆ ของเจ้าหวายตาเดียวตีตัว
ช่วงหนึ่งไปปล่อยคุมฝูงไว้กับแม่ไก่ไทยเชิงอีสาน สายเก่า ๆ
เจ้าหวายตีตัวครับ ได้มาสองไฟต์ สนามมาตรฐาน ก่อนจะปลดระวางเพราะเสียดวงตา
นี่เป็นลูก ๆ สองรุ่น สามชุดด้วยกัน ผมเรียกว่า ชุดชายใหญ่ กับ ชุดชายรอง....
รุ่นชายใหญ่ทั้งหมดมีสามตัว สองตัวจะออกสีสาเหมือนพ่อ ส่วนอีกตัวมีออกไปทางแม่ ทั้งหมดคางเครา เหมือนพ่อตอนหนุ่ม ๆ
ชายใหญ่ ๑ สีสันออกเป็นสีสาทางพ่อ
ชายใหญ่ ๒ สีสาเหมือนกัน
ชายใหญ่ ๓ สีสันออกไปทางสายแม่
รุ่นที่สอง ชุดชายรอง มีอยู่สองแม่ ชายรอง ๑
สีสันยังไม่เห็นออกทางพ่อ เป็นลูกแม่ด่าง แม่นี้ให้ลูกใช้ได้

ชายรอง ๒

สีสันออกทางสายแม่เช่นกัน เป็นลูกแม่สายหางเหล็กเป็นไก่สายเก่งอีกสายหนึ่งของบ้านนี้

ชุดนี้หวังเห็นออกมาตีตัวเหมือนพ่อมั่งก็พอ ชุดพี่ ๆ ที่อยู่กับเจ้าของเก่าที่แปดริ้วมีเก่งผลงานน่าพอใจ ก็ต้องรอดูผลงานน้อง ๆ ชุดนี้ คลิบนี้เป็นเจ้าชายรอง ๑ ทะเลาะกันกับตัวเมียชุดเดียวกัน
==========================

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

เหลืองเชิง + ตราด/บราซิล

ครับครัวเหลืองหางขาวสายเชิง เพาะผสมกับแม่ไก่สองตอสายบราซิล
พ่อไก่คือ เจ้าพลายงาม เหลืองหางขาวไก่เชิง จาก บรบือ
เป็นไก่เชิงดีตีเจ็บ เชิงสนิท ที่สามารถตีกับพม่าได้
แม่ตาดำ เป็นไก่เชิงสาย สองตอ + บราซิล จากการพัฒนาของ พี่มาโนช Bazil Mn..
ลูก ๆ ชุดแรกนี้ได้มา สี่ตัว ตอนเด็ก ๆ ดำ ๆ ได้ไปทางแม่ทุกตัว
ป่วยตายไป ๑ ตัวเหลือ อยู่ ๓ ตัวปัจจุบัน ประมาณ ๓ เดือนกว่า ๆ เป็นตัวเมียซะ ๒ ตัว ตัวหนึ่งดำมาก เกือบออกลักษณะแสมดำเลย
ได้ตัวผู้ตัวเดียวพอโตมาพอที่จะมองว่าออกลักษณะเหลืองหางขาวมั่งแล้ว
ปีกไชขาวสร้อยเหลืองเริ่มแทงออกมา แสดงว่าได้ทางพ่อมาบ้าง
ชุดนี้คาดหวังจะเห็นไก่เชิงที่ออกมาตีกับพม่าได้แบบไม่ต้องหลบ
โดยต้นทุนทางพ่อ เป็นไก่เชิงดีเข้าชิดตลอดไม่มีแบ่ง มีเข้าปีกทุบตัว ทุบท้าย
สายแม่ต้นทุนทางสองตอเป็นไก่ชอบตีพม่าเช่นกัน มีวิ่งเข้ากัดบ่า มีตีตัว ตีหัวต่ำเก่ง ดุดัน
หวังสายเลือดบราซิลยกระดับความดุดัน จิตใจอาฆาต ความอึด และ แผลตีฝังแข้ง ตีหัวต่ำเก่ง