วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

เจ้า Red Bull ไก่เชิงสีพม่า...

ไก่เชิงนำเข้าแบ่งมาจากน้าเจฟ ชัยนาท พิกัด สามโล เป็นไก่เชิงสไตล์ เข้าเร็ว ปากไว แก้ไขสถานการณ์ได้ดี ความคม ความแม่นและ เบอร์แข้งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ช่วงที่รับตัวมามีอาการป่วยคอดังต้องรักษาอยู่นานพอสมควร มีอาการและร่างกายสมบูรณ์ขึ้นมาหน่อยแต่ว่ายังไม่เต็มที่นักคอยังดังหน่อย ๆ ครั้งนี้ปล้ำกับของดีเลย ไก่เทาเป็นไก่เก่งลูกแซมเมื่อหนุ่มชนะมาหลายเที่ยว เพิ่งแซมเต็ม เลยขอลองเพราะว่าจากประวัติที่อยู่ที่ชัยนาทปล้ำมาห้าครั้งไม่เต็มอันไม่เคยได้หน้า ครั้งนี้เลยอยากลองกับของจริง แบบที่เรายอมแบกน้ำหนักเสียเปรียบทุกอย่าง อายุ รอย น้ำหนัก อีกครั้งประวัติ ดีกรีได้ไก่มาแล้ว แต่ของเราเป็นไก่หนุ่ม เลยลองดูสักอัน บอกกับลุงเจ้าของเจ้าเทาว่าหากไม่ไหวจะขอจับ สรุปปล้ำได้หนึ่งอันเต็ม ๆ แบบที่เราเป็นตัวพยายามขึ้นคุมตี ส่วนเจ้าเทาเป็นตัวเดินแกนในดี ลูกหน้าไวตีเจ็บ แต่ว่าเจ้าแดงเข้าไก่ไว เดินดีมีความพยายาม เป็นตัวคุมตีแต่ว่าไม่เต็มที่เท่าไหร่ ไก่คู่นี้ถือว่าเป็นไก่คู่ปล้ำคุณภาพอีกคู่หนึ่ง เจ้าของเจ้าเทาก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าแดงจะสร้างปัญหาให้กับเจ้าเทาได้ขนาดนี้ โดยที่ตัวเจ้าแดงเองไม่ได้เจ็บอะไรเท่าไหร่ แต่ว่าได้เดินเต็ม ๆ อันเป็นครั้งแรก...
จากนี้ก็จะเริ่มทำเนื้อทำตัวเรื่อย ๆ แล้วลองไล่อันดูสักสามสี่อัน...
คลิปช่วงสิบนาทีแรก...
คลิปช่วงสิบนาทีหลัง...

หากได้มีโอกาสทดสอบครั้งต่อ ๆ ไป หรือว่าไล่อันจะส่งข่าวอัพเดทให้ทราบนะครับ...

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หวายมัดหมี่ ลูกชายหวายตาเดียว...

หวายมัดหมี่ ตระกูลตีตัว น้องชายตัวสุดท้องที่ปล้ำได้...

ด้านข้างหล่อ ๆ ...

ในวงล้อมของพ่อ หวายตาเดียว กับพี่ชาย หวายดีเซล...


เจ้าหวายมัดหมี่เป็นลูกชายรุ่นที่สามของหวายตาเดียว ต่อจากชุด หวายดีเซล หวายจิ้งหรีดทอง ชื่อหวายมัดหมี่ ชื่อนี้ได้มาเพราะว่าสร้อยหลังของเขามีสีอ่อนกับสีแก่อยู่ด้วยกันแปลก ๆ ดี มองแผ่นหลังให้คล้าย กับผ้าไหมมัดหมี่ เลยได้ชื่อว่าหวายมัดหมี่ เมื่อครั้งที่ปล้ำนั้นยังเป็นไก่เริ่มอายุหนุ่มประมาณ 7-8 เดือนขนสร้อยระบัดยังเต็มหลังเต็มคออยู่เลย หางก็ยังไม่สุด ตอยังไม่โผล่ ที่ได้ปล้ำเพราะว่าคนเพาะอยากให้ผมได้เห็นเพราะว่าไปทำงานนาน ๆ ถึงจะได้กลับบ้านก็อยากให้ได้ชมว่าลูกเหล่าเป็นยังไง ใจจริงแล้วไม่ได้อยากให้ปล้ำ แต่เห็นความตั้งใจของแกแล้วเลยบอกว่าขอดูนิดหน่อยแค่นั้นล่ะ ไม่ดูนานก็เลยปล้ำกับไก่แถว ๆ นั้นซึ่งอายุดีกว่านิดหน่อยสุดปีกสุดหางแล้วตอโผล่เกือบครึ่งเซ็นต์ อาศัยว่าใหม่ไม่เคยปล้ำมาเลยเอากันได้...

จากการที่ได้เห็น การปล้ำครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างจากไก่ที่ร่างกายยังไม่เต็มที่ยังไม่สุดปีกสุดหาง เนื้อยังหลวม ๆ อยู่ เห็นแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ การกันคอทำได้ดี การกัดบ่าตีตัวถือว่าเด่นมาก ตีลำยาว ๆ ลึก ๆ ปล่อยแข้งไปแล้วคู่ปล้ำ มีทรุด มีตัวห่อให้เห็น อีกอย่างคือลูกตีหัว หากคู่ปล้ำหัวต่ำมาให้นั้นตีหัวได้เจ็บดีไม่ต่างจากพี่ชายสองตัว ถือว่าผ่านครั้งแรกได้น่าพอใจเกินคาด รอดูครั้งต่อไปว่าจะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง...

ครอกเดียวกันกับเจ้าหวายมัดหมี่นีก็ยังมีเจ้าหวายปุยฝ้ายอีหนึ่งตัวที่โตมาด้วยกัน แต่ว่ายังไม่ได้ปล้ำ คงรอปล้ำครั้งต่อไปพร้อมกับครั้งที่สองของเจ้าหวายมัดหมี่...

เจ้าหวายมัดหมี่ กับ หวายปุยฝ้าย โชว์แผ่นหลังกัน


ชมคลิปการปล้ำครับ...


อีกคลิปครับต่อกัน...


หวายจิ้งหรีดทอง ทายาท หวายตาเดียว...

หวายจิ้งหรีดทองเป็นลูกเพาะรุ่นที่สอง หลังจากเจ้าหวายดีเซล...
เจ้าตัวนี้ได้ปล้ำไปก่อนหน้าเจ้าหวายดีเซล แล้ว แต่ว่าผมไม่ได้อยู่ปล้ำด้วยตัวเองเลยไม่เห็นว่าเป็นอย่างไร...
จากคำบอกเล่า เจ้าหวายจิ้งหรีดทอง เป็นไก่ที่ตีตัวเกือบร้อยเปอร์เซนต์ หนึ่งอันที่ปล้ำนั้นเห็นตีหัวอยู่สองครั้ง ซึ่งตีหัวก็ตีได้เจ็บ และรุนแรงดี...
ผมได้ส่งไก่ตัวนี้ไปให้ คุณ อู๊ด กับ อ.เน ที่ขอนแก่น พร้อมกับเจ้าหวายดีเซล และ ที่นั่นก็ได้ปล้ำอีกครั้ง กับไก่เก่งของแถว ๆ นั้น จากประวัติไก่ตัวนี้ ปล้ำมาแล้วสามครั้งแล้ว ไม่มีตัวไหนยืนได้เต็มอันสักตัว เป็นสายพันธุ์ ตราด ก๋อย วันนั้นที่ปล้ำ เราเสียเปรียบรูปร่าง และ ชั่วโมงบิน ช่วงแรกนั้นสู้กันได้สูสี ผลัดกันตีไปมาเท่าที่เห็น เราเองก็พยายาม และ ก็ทำหน้าที่ได้ดี มีกัดตีตัว หากคู่ต่อสู้ลงล่างมาก็หยิบหัวตีได้เจ็บ ๆ ส่วนคู่ต่อสู้ก็เป็นไก่เชิงดีมีเข้าปีกตีได้เจ็บ ๆ ช่วงอันที่สองคู่ต่อสู้ตีได้มากขึ้นเราเป็นตัวเสียเปรียบและเจ็บหนักพอสมควรจากการเล่าของ คุณ อู๊ด ที่เอาไปปล้ำ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายาม น้ำอดน้ำทนใช้ได้ เพราะว่าคู่ต่อสู้เองก็เป็นไก่เก่งอีกตัวหนึ่ง เราสู้ได้ขนาดนี้ทั้งที่เสียเปรียบ รูปร่าง และ ความแข็งแกร่ง ถือว่าโอเค ครั้งหน้าก็รอดูการพัฒนาต่อไปว่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นหรือไม่...
ชมคลิปครั้งที่สองครับ...

บททดสอบ หวายดีเซล ลูกชายหวายตาเดียว...

เจ้าหวายดีเซล ไก่เชิงสีหวายไทยแต่หลายคนคุ้นว่าเป็นสีพม่า

เริ่มเดิมทีที่ เจ้าหวายตาเดียว พ่อพันธุ์หลัก ได้มาอยู่กับผมนั้นใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะได้ทายาทของมัน ช่วงที่ผมปล่อยเพาะในเล้าปรากฎว่าไม่ได้ลูกเลย สุดท้ายต้องไปปล่อยผสมข้างนอกที่บ้าน พี่ น้อง ที่นับถือกัน กับแม่ไก่เหล่าเชิงเหล่าดั้งเดิมสายอีสาน เจ้าหวายดีเซล เป็นลูกชุดแรกที่เกิดจากบ้านนี้ พอถึงวัยรุ่นกระทง ๆ หน่อยได้ไปปล่อยไว้ที่สุรินทร์ อายุพอปล้ำได้จึงจับกลับมาที่ร้อยเอ็ด ปล้ำหนึ่งครั้งกับไก่ใหม่ ๆ ด้วยกันหนึ่งอัน ก็ได้เห็นชั้นเชิงว่าเป็นไก่ที่มีเชิงใช้ได้ คุมบนบี้บังคับตีไก่ล่างได้ดี มีกัดบ่าตีตัว ไล่จับหัวทุบหลังให้เห็นหลาย ๆ ครั้ง ครั้งแรกก็พอใจในระดับหนึ่ง...

ต่อมาได้ส่งไปให้ คุณ อู๊ด บอระเพ็ด กับ อ. เน พรรคพวกกันที่ขอนแก่นเพื่อลองให้เลี้ยงเล่นเป็นการทดสอบสายพันธุ์ดู ว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากได้สองสัปดาห์คุณ อู๊ด ส่งข่าวมาว่าปล้ำไปแล้ว พร้อมทั้งส่งคลิปการปล้ำให้ดู ปล้ำครั้งนี้ปล้ำกับไก่อีกตัวที่ประวัติใช้ได้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ ตีไก่นอนมาแล้วไม่เต็มอัน แต่ว่าเสียเปรียบรูปร่างให้กับเราพอสมควร ด้วยควมที่เป็นไก่ใหม่ ๆ ก็ลองปล้ำดูได้ จากเท่าที่เห็นครั้งนี้ ทั้งคู่เป็นไก่ที่ชิงจังหวะคอกัน กัดบ่าตีตัวแลกกัน เจ้าหวายโดนตีตัวทรุดให้เห็นหลายครั้ง ส่วนเรานั้นก็มีจังหวะคาบตีตัวแรง ๆ ถ้าได้หัวก็ตีหัวเจ็บ ลูกห่างหน้าตรงก็ตีได้เจ็บ ๆ น่าดูเหมือนกัน ครั้งนี้ดูแล้วช้าลงมากกว่าเมื่อปล้ำครั้งแรกมาก คลิปที่ได้รับนั้น เป็นคลิปช่วงแรก ของการปล้ำ สำหรับผมดูแล้วอึดอัดขัดหูขัดตาพอสมควร เพราะว่าช้า ดูไม่ค่อยตั้งใจตีไก่ การเดิน การจัดระเบียบเท้าทำได้ไม่ดีเลย แต่การปล้ำครั้งนั้นใช้เวลาอันกว่า ๆ ก็ตีคู่ต่อสู้แพ้ ช่วงปลาย ๆ อันคู่ต่อสู้ลงหัวมาให้ เจ้าหวายได้ตีหัว คู่ต่อสู้เกิดอาการหัก และ เข้ามาอันสองพอได้หัวชัด ๆ ตีแพ้ร้องวิ่งหนีไป...

โดยส่วนตัวแล้วจากที่เห็นในคลิปการปล้ำครั้งนี้ยังไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และ ความเร็วตกไปจากครั้งแรกมาก จึงได้ให้ชื่อว่าจ้าหวายดีเซล ลูกทุบหลังไม่มีให้เห็น แต่ที่เห็นชัดเจนกว่าครั้งแรกคือวางแข้งได้หนักหน่วงดีกว่าเก่า อาจจะเพราะว่าคู่ต่อสู้ช่า และได้เปรียบรูปร่าง การคาบตีตัวนั้นคือตีรวบจากล่างขึ้นบนทำได้รุนแรงดี ตีหัวได้เจ็บแผลเกิดคมใช้ได้ ต้องรอดูพัฒนาการในครั้งต่อไป แล้วจะอัพเดทให้ชมเรื่อย ๆ...

คลิปการปล้ำครั้งที่สองครับ...

http://www.youtube.com/watch?v=6essEkj1Coo

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผลการปล้ำอย่างเป็นทางการของเจ้ากรดแดงลูกดู่ยักษ์...

ผลการปล้ำอย่างเป็นทางการของกรดแดงลูกชายดู่ยักษ์ ลูกเพาะชุดแรก จากรายละเอียดกระทู้ด้านล่าง เจ้ากรดแดงลูกดู่ยักษ์หลังจากได้ทดสอบหนึ่งครั้งผมว่าผ่าน แล้วจึงส่งมาให้พี่ชายเลี้ยงที่ นนทบุรี เพื่อเป็นแบบทดสอบวัดผลจริงเสียที หลังจากที่ส่งมาถึงที่ นนท์แล้ว ปรากฎว่าอู้งานป่วย คอดัง ขี้เขียวขี้ขาวอยู่ สองสัปดาห์ กว่าจะรักษาหายเป็นปกติ แล้วจึงได้เริ่มเช็ดเนื้อเช็ดตัว ออกกำลังกาย หนึ่งสัปดาห์ สัปดาห์ต่อมาปล้ำนวมกับไก่เชิงหนึ่งอัน ทางพี่ชายแจ้งว่าชั้นเชิงก็เหมือนกับที่เคยเห็นปล้ำครั้งแรก เป็นไก่หนุน ๆ ถอด ๆ จังหวะที่คุมได้ก็คุมตีหัวต่ำได้....
เลี้ยงต่อมาอีกหนึ่งสัปดาห์ จึงอุ้มไปปล้ำที่ซุ้มทนาย.. ซอยสนามบินน้ำ พอไปถึงทางเจ้าของซุ้มบอกว่าปล้ำแขวนหางกันสามอันห้าร้อยไปเลย พี่ชายบอก เอาล่ะสิ ไก่ยังไม่ได้ปล้ำเลี้ยงอะไรมาสักเท่าไหร่เลย เลยบอกไปว่าขอสองอัน อันละร้อยแล้วกัน เพราะว่ากลัวไม่ไหวจะได้จับ แต่ว่าทางฝ่ายทนายไม่ยอมจะเอาตามนั้น พี่ชายเองก็ลังเล แต่ว่ามีพรรคพวกแถว ๆ นั้นบอกช่วยกันคนละนิดละหน่อย ก็ได้ห้าร้อย บอกเอาไปเลย ไม่ไหวก็จับ แบ่งเงินค่าแขวนหางคนละห้าสิบ คนละร้อย เอาก็เอาวะ ว่างั้น
เปรียบเทียบประวัติและ สถิติ
เจ้าแดงปล้ำหนึ่งครั้ง ตอนอยู่ร้อยเอ็ดสิบห้านาที กับ นวมเต็มอันหลังจากหายป่วย วันนี้ได้ตอยาวกว่าหน่อย ได้ เปรียบรูปร่างประมาณ 5-4
คู่ต่อสู้ปล้ำมามากกว่า เนื้อหนังดีกว่า อายุน่าจะไล่เลี่ยกันแต่น่าจะดีกว่าเจ้าแดง เป็นตัวไล่ท้า
เมื่อปล่อยหางเข้าไป คู่ต่อสู้เข้ามาในลักษณะของไก่เชิง ๆบน ๆ น่าจะเป็นลูกผสมพม่า -ไทย มีเลี้ยวมีคุม มีตีตัว เจ้าแดงเองเป็นตัวหนุน ถอด ตีรัดล่างไล่ขึ้นบน หากโดนบังคับก็กัดบ่าตีตัวแก้ไข เวลาผ่านไปห้านาทีเจ้าแดงเป็นตัวหนุนตีอยู่ตัวเดียวเป็นไก่ที่คู่ต่อสู้ถ้ามาสไตล์บน ๆ จะตีเจ้าแดงไม่ถนัดเลย แผลหน้าคางแผลหูของคู่ต่อสู้เริ่มมาเพราะว่า เจ้าแดงขึ้นทีเป็นแทงด้วยตอทั้งนั้น เมื่อคู่ต่อสู้แผลเริ่มอื้อ ราคาตอนนี้ เอาเจ้าแดง ต่อสองก็มีจับกัน ที ยี่สิบ ห้าสิบกันประปราย เวลาผ่านไปเจ้าแดงก็ตีได้เรื่อย ๆ แผลแทงย้ำ ๆที่เดิม ก็เริ่มส่งผล คู่ต่อสู้หูแตก อาการเริ่มอ่อนให้เห็น ราคาตอนนี้ไหลไป ห้า สักพักไปสิบ เข้าสู่ช่วงนาทีที่ สิบกว่า ๆ จังหวะที่เจ้าแดงตีย้ำไปเรื่อยและจับได้ถนัด ๆ บินตีเข้าหูเต็ม ๆ คำ คู่ต่อสู้ร้องวิ่งโดดสังเวียนพักหนึ่ง พอหักหายขัดกลับมาชนแข็งแรงอีกครั้ง ตอนนี้ราคาไปยี่สิบ ฝั่งเราออกตัวกางมุ้งกันยุงกัด บังไปขุมละ สิบบาท ยี่สิบบาทสบายไป ฮ่า...
พอคูต้อสู้เข้ามาสู้กันอีกครั้งก็เริ่มช้า ๆ เป็นโอกาสเจ้าแดง ฉายเป็นชุด ๆ เบิ้ลแข้งเข้าหน้าคาง เข้าหูและเป็นการขึ้นตีด้วยตอเดือยล้วน ๆ คราวนี้คู่ต่อสู้วิ่งโดดสังเวียน แต่ฝั่งตรงข้ามบอกว่าหักขัด เอาลงมาสู้ใหม่ คราวนี้พอปล่อยลงมาโดนเจ้าแดงเติมอีก ชุดใหญ่ ๆ วิ่งร้องไม่สู้หน้าในนาทีที่ 18 ก่อนจมอัน 2 นาที เก็บเดิมพันครั้งแรกในชีวิต อย่างไม่เป็นทางการ แบบสวยงามประทับใจ ม้วนเดียวจบแบบพลิกความคาดหมายนิด ๆ
จากการประลองแขวนหางในครั้งนี้ สิ่งที่ได้เห็นจากเจ้าแดง พอสรุปได้ว่าเป็นไก่สไตล์ หนุนหน้าคาง ถอด ตีรัดล่าง แผลกระเดือก หน้าคาง หู ชัดเจน และ ย้ำแผลด้วยตอเดือยตลอด ลูกแก้ไขเวลาโดนคุมมาก ๆ มีกัดบ่าตีรัดตัวแรง ๆ ที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจเล็ก ๆ ของคนเพาะไก่ หลังจากที่ไก่ชุดนี้ไม่ได้หวังผลและไม่เคยคาดหวัง วันนี้ลูกเพาะ ลูกครึ่งพม่าร้อย บวกแม่สายเชิงอีสานดั้งเดิม ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนา ก้าวแรกเล็ก ๆ กำลังจะเยื้องย่างไปข้างหน้าต่อไป...
ภาพเจ้าแดง...

แข้งหน้าเล็ก ๆ เรียว ๆ เกล็ดสองแถว

แข้งหลังกับเดือย แทง ๆ ๆ


รอฟังผลการปล้ำซ้อมครั้งต่อ ๆ ไป คนเลี้ยงคาดหวังและตั้งเป้าหากมีการพัฒนาที่ดี หวังได้ไปสนามมาตรฐานต่อไป บทพิสูจน์บทแรกของลูกเพาะยังคงท้าทายต่อไป

คลิปปล้ำครั้งแรกครับ...

คลิปต่อครับ...

อัพเดท ๐๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทางพี่ชายได้เอาเจ้าแดงฝากให้ ลุงส่างสนามบินน้ำ เลี้ยงให้ เนื่องจากมีเวลามากกว่าพี่ชายที่ทำงานกลางคืน มีเวลาไม่มาก หลังจากที่ลุงเลี้ยงได้สองสัปดาห์ ก็เอาไปปล้ำที่เดิม กติกาคือแขวนหาง สามอันห้าร้อยเช่นครั้งแรก คราวนี้เจอกับไก่เชิง ๆ คุมบนหัวสูงได้เปรียบรูปร่างเรานิดหน่อย เราก็เป็นตัวหนุนตี กัดบ่าตีตัวสลับเหมือนเดิม คู่ต่อสู้เองก็เป็นไก่เก่งอีกตัวหนึ่ง เก็บไก่มาไม่เต็มสองอันหลายตัวก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เราได้ตำแหน่งดี หนุนหน้าคอ ช่วงออกห่างมีลูกหน้าตรงชุดละสอง สาม แล้วโดนทุกครั้งด้วยตอเน้น ๆ ไก่ตัวนี้เป็นไก่ที่บินตีได้แรง แล้วแทงด้วยตอจริง สังเกตจากการปล้ำครั้งแรกที่อยู่กับผมแข้งขาอ่อน ๆ เพิ่งจับออกจากฝูงแล้วปล้ำเลย ยังโชว์ความแม่นให้เห็น ส่วนจากการปล้ำแบบพันพลาสเตอร์นั้น ตอจะทะลุต้องเปลี่ยนเทปทุกครั้งเป็นไก่ที่แทงใด้จัดจ้านดี ไม่ใช่ตีด้วยปลายตอลำเบา ๆ แต่บินได้สุดปีกสุดหางตีแรง ครั้งนี้เช่นเดิมหมดอันแรกราคายังไม่หนีกัน คู่ต่อสู้ก็ยังคุมบนตีได้ เราก็แอบชิงจังหวะตีได้ดี เข้ามาอันสองเราได้ตีมากขึ้นค่ต่อสู่เริ่มมีอาการคอแข็ง แต่ว่าก็ตอบโต้มาได้เรื่อย ๆ เราจังหวะฉายชุดใหญ่ ๆ ปลาย ๆ อันเริ่มแย่ เข้าอันที่สามอันสุดท้ายที่ตกลงตีกัน คู่ต่อสู้เริ่มหัวต่ำลงมาเลยเป็นโอกาสให้เจ้าแดงจับได้ถนัด ๆ จัดไปอีกชุดใหญ่ ๆ คู่ต่อสู้ทนไม่ไหววิ่งหนีโดดสังเวียน เอาเข้ามาก็ไม่สู้หน้าร้องแพ้ในที่สุด ก็เป็นอีกครั้งที่เก็บคู่ต่อสู้ได้อย่างประทับใจ ตอนนี้ซุ้มใหญ่แถวนั้นได้ข่าวและเห็นว่าอยากได้ไปเลี้ยงออกเหมือนกัน พี่ชายติดที่เกรงใจลุงส่างคนเลี้ยง เลยยังไม่ได้ให้ไป ต้องรอดูครั้งต่อไปที่จะหาประสบการณ์แถว ๆ นั้นไปก่อนรอให้แข็ง หากมั่นใจอาจจะมีวาสนาได้ไปเจ็บตัวแถว สนาม อตก.

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคราน้อยกระดุมเพชร...

ได้แบ่งสายพันธุ์มาจากคุณ เอ๋ (กีฏ นคร) ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ประมาณ ห้าเดือน อยากลองได้สายพม่ามาไว้พัฒนาดูบ้าง เจ้าเคราน้อยกระดุมเพชรเรียกเล่นๆ เพราะว่าทรงคล้าย ๆ เหล่าดังกระดุมทอง ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เจ้าเป็นพม่าร้อย รอยเล็ก ๆ ปัจจุบันนี้ ขนเต็มแล้วร่างยังเล็ก ๆ อยู่น่าจะประมาณ 2.4-2.5 ได้ ยังไม่ได้ลองกับไก่ด้วยกัน แต่ว่าสู้มือเจ้าของทำเชิงเหมือนหัวโยก ๆ ล่าง และเอียง ๆ ออกข้างดีดเตะ
สายนี้มีม้าล่อหลุดออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ เจ้าเคราฯ มีที่มาที่ไปคือ
แม่สายเชียงตุงผสมกับสิงห์เหนือ ส่วนพ่อคือมังกรแดงครับ
สายนี้ที่มาตามที่คุณ เอ๋ เพาะออกมานั้น จะเด่นที่เบอร์แข้งหนัก แข้งหน้าจัด และ แผลตา หนีปีกเก่ง อาจจะมีหลุดม้าล่อออกมาบ้าง.......
หน้าตารูปร่างเจ้าเครากระดุมเพชร หน้าตารูปร่างอ้างอิงไก่ดังในตำนาน :)

กลับเมืองไทยครั้งนี้คงได้ลองเชิงได้เห็นแล้วว่าจะเป็นอย่างไร...

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคราน้อย ลูกเจ้าหวายตาเดียว...

เคราน้อย เป็นครอกเดียวกันกับเจ้าหวายน้อย ครอกชายใหญ่ เหลือกันสองตัว ตัวนี้เคราเหมือน ๆ กันกับพ่อ แต่ว่าสีออกเหลือง ๆ ไปทางสายแม่ เป็นคู่กรณีที่ทะเลาะกันกับเจ้าหวายน้อย ชั้นเชิงเพลงตีแบบเดียวกันไม่แตกต่าง กัดบ่าตี ตีตัว ตีหลัง ตีขึ้นหัวทั้ง ๆ ที่กัดบ่ากัดหัวปีก ที่สำคัญตอนเด็ก ๆ ที่เห็นทะเลาะกัน บินแรงลำเกินตัว สักหน่อยคงได้ลอง ได้ลุ้นยาว ๆ ว่าจะได้อย่างที่เห็นตอนเด็ก ๆ ไหม...
หน้าตาคล้าย ๆ พ่อ มีเคราเหมือน ๆ กันแต่ว่าเป็นคนละสีกัน

หวังจะได้สืบทอดตำนานไก่ตีตัวอย่างที่พ่อได้ฝากผลงานผ่านไฟต์สนามมาตรฐานมาได้ด้วยลูกตีตัวล้วน ๆ