วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
หวายจิ้งหรีดทอง ทายาท หวายตาเดียว...
บททดสอบ หวายดีเซล ลูกชายหวายตาเดียว...
เริ่มเดิมทีที่ เจ้าหวายตาเดียว พ่อพันธุ์หลัก ได้มาอยู่กับผมนั้นใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะได้ทายาทของมัน ช่วงที่ผมปล่อยเพาะในเล้าปรากฎว่าไม่ได้ลูกเลย สุดท้ายต้องไปปล่อยผสมข้างนอกที่บ้าน พี่ น้อง ที่นับถือกัน กับแม่ไก่เหล่าเชิงเหล่าดั้งเดิมสายอีสาน เจ้าหวายดีเซล เป็นลูกชุดแรกที่เกิดจากบ้านนี้ พอถึงวัยรุ่นกระทง ๆ หน่อยได้ไปปล่อยไว้ที่สุรินทร์ อายุพอปล้ำได้จึงจับกลับมาที่ร้อยเอ็ด ปล้ำหนึ่งครั้งกับไก่ใหม่ ๆ ด้วยกันหนึ่งอัน ก็ได้เห็นชั้นเชิงว่าเป็นไก่ที่มีเชิงใช้ได้ คุมบนบี้บังคับตีไก่ล่างได้ดี มีกัดบ่าตีตัว ไล่จับหัวทุบหลังให้เห็นหลาย ๆ ครั้ง ครั้งแรกก็พอใจในระดับหนึ่ง...
ต่อมาได้ส่งไปให้ คุณ อู๊ด บอระเพ็ด กับ อ. เน พรรคพวกกันที่ขอนแก่นเพื่อลองให้เลี้ยงเล่นเป็นการทดสอบสายพันธุ์ดู ว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากได้สองสัปดาห์คุณ อู๊ด ส่งข่าวมาว่าปล้ำไปแล้ว พร้อมทั้งส่งคลิปการปล้ำให้ดู ปล้ำครั้งนี้ปล้ำกับไก่อีกตัวที่ประวัติใช้ได้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ ตีไก่นอนมาแล้วไม่เต็มอัน แต่ว่าเสียเปรียบรูปร่างให้กับเราพอสมควร ด้วยควมที่เป็นไก่ใหม่ ๆ ก็ลองปล้ำดูได้ จากเท่าที่เห็นครั้งนี้ ทั้งคู่เป็นไก่ที่ชิงจังหวะคอกัน กัดบ่าตีตัวแลกกัน เจ้าหวายโดนตีตัวทรุดให้เห็นหลายครั้ง ส่วนเรานั้นก็มีจังหวะคาบตีตัวแรง ๆ ถ้าได้หัวก็ตีหัวเจ็บ ลูกห่างหน้าตรงก็ตีได้เจ็บ ๆ น่าดูเหมือนกัน ครั้งนี้ดูแล้วช้าลงมากกว่าเมื่อปล้ำครั้งแรกมาก คลิปที่ได้รับนั้น เป็นคลิปช่วงแรก ของการปล้ำ สำหรับผมดูแล้วอึดอัดขัดหูขัดตาพอสมควร เพราะว่าช้า ดูไม่ค่อยตั้งใจตีไก่ การเดิน การจัดระเบียบเท้าทำได้ไม่ดีเลย แต่การปล้ำครั้งนั้นใช้เวลาอันกว่า ๆ ก็ตีคู่ต่อสู้แพ้ ช่วงปลาย ๆ อันคู่ต่อสู้ลงหัวมาให้ เจ้าหวายได้ตีหัว คู่ต่อสู้เกิดอาการหัก และ เข้ามาอันสองพอได้หัวชัด ๆ ตีแพ้ร้องวิ่งหนีไป...
โดยส่วนตัวแล้วจากที่เห็นในคลิปการปล้ำครั้งนี้ยังไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และ ความเร็วตกไปจากครั้งแรกมาก จึงได้ให้ชื่อว่าจ้าหวายดีเซล ลูกทุบหลังไม่มีให้เห็น แต่ที่เห็นชัดเจนกว่าครั้งแรกคือวางแข้งได้หนักหน่วงดีกว่าเก่า อาจจะเพราะว่าคู่ต่อสู้ช่า และได้เปรียบรูปร่าง การคาบตีตัวนั้นคือตีรวบจากล่างขึ้นบนทำได้รุนแรงดี ตีหัวได้เจ็บแผลเกิดคมใช้ได้ ต้องรอดูพัฒนาการในครั้งต่อไป แล้วจะอัพเดทให้ชมเรื่อย ๆ...
คลิปการปล้ำครั้งที่สองครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=6essEkj1Coo
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ผลการปล้ำอย่างเป็นทางการของเจ้ากรดแดงลูกดู่ยักษ์...

แข้งหน้าเล็ก ๆ เรียว ๆ เกล็ดสองแถว

แข้งหลังกับเดือย แทง ๆ ๆ

รอฟังผลการปล้ำซ้อมครั้งต่อ ๆ ไป คนเลี้ยงคาดหวังและตั้งเป้าหากมีการพัฒนาที่ดี หวังได้ไปสนามมาตรฐานต่อไป บทพิสูจน์บทแรกของลูกเพาะยังคงท้าทายต่อไป
คลิปปล้ำครั้งแรกครับ...
คลิปต่อครับ...
อัพเดท ๐๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทางพี่ชายได้เอาเจ้าแดงฝากให้ ลุงส่างสนามบินน้ำ เลี้ยงให้ เนื่องจากมีเวลามากกว่าพี่ชายที่ทำงานกลางคืน มีเวลาไม่มาก หลังจากที่ลุงเลี้ยงได้สองสัปดาห์ ก็เอาไปปล้ำที่เดิม กติกาคือแขวนหาง สามอันห้าร้อยเช่นครั้งแรก คราวนี้เจอกับไก่เชิง ๆ คุมบนหัวสูงได้เปรียบรูปร่างเรานิดหน่อย เราก็เป็นตัวหนุนตี กัดบ่าตีตัวสลับเหมือนเดิม คู่ต่อสู้เองก็เป็นไก่เก่งอีกตัวหนึ่ง เก็บไก่มาไม่เต็มสองอันหลายตัวก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เราได้ตำแหน่งดี หนุนหน้าคอ ช่วงออกห่างมีลูกหน้าตรงชุดละสอง สาม แล้วโดนทุกครั้งด้วยตอเน้น ๆ ไก่ตัวนี้เป็นไก่ที่บินตีได้แรง แล้วแทงด้วยตอจริง สังเกตจากการปล้ำครั้งแรกที่อยู่กับผมแข้งขาอ่อน ๆ เพิ่งจับออกจากฝูงแล้วปล้ำเลย ยังโชว์ความแม่นให้เห็น ส่วนจากการปล้ำแบบพันพลาสเตอร์นั้น ตอจะทะลุต้องเปลี่ยนเทปทุกครั้งเป็นไก่ที่แทงใด้จัดจ้านดี ไม่ใช่ตีด้วยปลายตอลำเบา ๆ แต่บินได้สุดปีกสุดหางตีแรง ครั้งนี้เช่นเดิมหมดอันแรกราคายังไม่หนีกัน คู่ต่อสู้ก็ยังคุมบนตีได้ เราก็แอบชิงจังหวะตีได้ดี เข้ามาอันสองเราได้ตีมากขึ้นค่ต่อสู่เริ่มมีอาการคอแข็ง แต่ว่าก็ตอบโต้มาได้เรื่อย ๆ เราจังหวะฉายชุดใหญ่ ๆ ปลาย ๆ อันเริ่มแย่ เข้าอันที่สามอันสุดท้ายที่ตกลงตีกัน คู่ต่อสู้เริ่มหัวต่ำลงมาเลยเป็นโอกาสให้เจ้าแดงจับได้ถนัด ๆ จัดไปอีกชุดใหญ่ ๆ คู่ต่อสู้ทนไม่ไหววิ่งหนีโดดสังเวียน เอาเข้ามาก็ไม่สู้หน้าร้องแพ้ในที่สุด ก็เป็นอีกครั้งที่เก็บคู่ต่อสู้ได้อย่างประทับใจ ตอนนี้ซุ้มใหญ่แถวนั้นได้ข่าวและเห็นว่าอยากได้ไปเลี้ยงออกเหมือนกัน พี่ชายติดที่เกรงใจลุงส่างคนเลี้ยง เลยยังไม่ได้ให้ไป ต้องรอดูครั้งต่อไปที่จะหาประสบการณ์แถว ๆ นั้นไปก่อนรอให้แข็ง หากมั่นใจอาจจะมีวาสนาได้ไปเจ็บตัวแถว สนาม อตก.
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เคราน้อยกระดุมเพชร...
สายนี้มีม้าล่อหลุดออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ เจ้าเคราฯ มีที่มาที่ไปคือ
แม่สายเชียงตุงผสมกับสิงห์เหนือ ส่วนพ่อคือมังกรแดงครับ
สายนี้ที่มาตามที่คุณ เอ๋ เพาะออกมานั้น จะเด่นที่เบอร์แข้งหนัก แข้งหน้าจัด และ แผลตา หนีปีกเก่ง อาจจะมีหลุดม้าล่อออกมาบ้าง.......
กลับเมืองไทยครั้งนี้คงได้ลองเชิงได้เห็นแล้วว่าจะเป็นอย่างไร...
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เคราน้อย ลูกเจ้าหวายตาเดียว...
หวังจะได้สืบทอดตำนานไก่ตีตัวอย่างที่พ่อได้ฝากผลงานผ่านไฟต์สนามมาตรฐานมาได้ด้วยลูกตีตัวล้วน ๆ
หวายน้อย(หวายดีเซล) ทายาทเจ้าหวายตาเดียว...

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
บททดสอบลูกเพาะชุดแรก.....

เจ้าแดงจะเป็นไก่รอยค่อนข้างโต โครงสร้างดี ประมาณ 3.1 ลำตัวยาวหน้าพิงกว้างหนา ออกทรงไก่ไทย ๆ แต่ว่าสีสันเป็นพม่า เจ้าแดงปล้ำครั้งแรกกับ ไก่ใหม่ ๆ เช่นกัน สีหวาย (สีสา)แต่ว่าปล้ำมาหนึ่งครั้งและทำเนื้อทำตัวมาบ้างแล้ว ในการปล้ำคู่ต่อสู้ออกลักษณะน่าจะเป็นลูกผสมพม่าไทย ชนออกเชิง ๆ คุมบน เจ้าแดงอยู่ตำแหน่งหนุนหน้าคาง จังหวะหลุด จะคว้าแล้วตีรัดล่างขึ้นบนมีเบิ้ลสองสามให้เห็น ต้นยกเจ้าแดงโดนตีหักสองครั้ง แต่ว่าด้วยตำแหน่งหนุน ๆ หัวดิ้นทำให้เอาตัวรอดได้ดี และ ยกแข้งวางแข้งได้แม่น ๆ คม ๆ แม้จะเป็นไก่ใหม่ ๆ เพิ่งจับจากฝูง ด้วยความพยายามและเหลี่ยมดีกว่าก็ตีสะสมเรื่อย ๆ บางจังหวะที่คู่ต่อสู้เข้ามาลึก ๆ เจ้าแดงก็มีกัดบ่าตีตัวแก้ไข มีทรุดให้เห็นเหมือนกัน แผลที่เจ้าแดงวาง เป็นแผลรัดล่างไล่ขึ้นบน คือ บริเวณคอน้อย ไล่ขึ้นหู สลับกับตีตัวบ้างในลูกแก้ไข ช่วยกลาง ๆ อันถึงปลายอันเจ้าแดงเริ่มตีได้มากขึ้นและ ย้ำแผลเดิม ๆ คู่ต่อสู้เริ่มคอแข็งอย่างเห็นได้ชัด ปลาย ๆ อันตีย้ำหน้าคอ กระเดือก และบ้องหูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโดนแข้งเจ้าแดงเข้าจัง ๆ ถึงกับหักร้อง แต่ว่าก็ยังกลับมาสู้กันได้ต่อ จบการปล้ำครั้งแรกเต็มหนึ่งอันแบบเจ้าแดงดูดีกว่า ไม่ได้เจ็บอะไรมากนักมีเพียงอาการเพลีย ๆ เพราะว่าไม่เคยปล้ำมาก่อน ถือว่าสอบผ่านเพราะว่าด้วยสภาพที่เป็นไก่ใหม่ ๆ แต่ว่าแสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางแข้งที่แม่นยำ ย้ำแผล มีลูกแก้ไข บางจังหวะมีเบิ้ลแข้งถึงเจ็ดแข้งแบบโดนทุกเม็ดก็มีให้เห็นในครั้งนี้ หากคู่ต่อสู้เข้ามาหัวต่ำ ๆ ก็ตีได้เจ็บ ๆ ดี ถือว่าเป็นไก่ลูกผสมพม่า เชิง ที่ทำผลงานได้น่าแปลกใจหลังจากที่ไม่ได้คาดหวังเลย
ตัวที่สอง เจ้าแมงภู่
ส่วนอีกตัวคือ เจ้าเขียว (แมงภู่) เป็นไก่ที่ผสมชุดเดียวกัน แต่น่าจะเกิดทีหลังเจ้าแดงอยู่บ้าง ดูจากลักษณะขนที่สุดทีหลังเจ้าแดง พิกัดน้ำหนักประมาณ 2.8 เป็นไก่จับสวยไม่โตไม่เล็กเกินไป เจ้าแมงภู่ ปล้ำให้หลังจากเจ้าแดงปล้ำหนึ่งเดือน โดยปล้ำกับไก่แถว ๆ บ้านเป็นไก่ใหม่ไม่เคยปล้ำเช่นกัน คู่ปล้ำเป็นไก่ลักษณะพม่าสีหวาย(สีสา) ได้เปรียบรอยเจ้าแมงภู่มากทั้งความสูง ยาว และ น้ำหนัก และ รอย ประเมินน้ำหนักไม่น่าจะต่ำกว่า 3.0 แต่ว่าใหม่ ๆ ด้วยกันหาคู่ปล้ำไม่มีเลยอยากลองดูหากไม่ไหวก็จะจับไว้ปล้ำในครั้งต่อไป เมื่อปล่อยหางเจ้าหวายเป็นตัวเดินเข้ามา เจ้าแมงภู่ออกสไตล์ไหลหัวออกข้างหลบแล้วแง้มหน้าคางบินวางแผลบริเวณคอน้อย เจ้าหวายก็ยังเดินบี้เข้ามาด้วยลักษณะแล้วน่าจะเป็นลูกผสมไก่เชิงเดินบดเดินบี้ เจ้าแมงภู่ก็เอาตัวรอดด้วยการถอยฉากดักยิงรัดหน้าคอขึ้นหูเน้น ๆ แรง ๆ บางจังหวะ เจ้าหวายเข้าปีกก็มีอึดอัดเปิดปีกวิ่งออกให้เห็น ลูกที่เข้ามาหน้าตรง ๆ เจ้าแมงภู่ปากไวกว่าจับยิงหน้าตรงได้จัง ๆ ทำให้เจ้าหวายทรุดหลายครั้ง แต่เจ้าหวายก็ยังเดินบดเดินบี้อยู่ตลอด ก็ยังทำไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน เจ้าแมงภู่จะชิงจังหวะยิงแข้งหน้าก่อนเสมอและโดนแทบทุกครั้ง แต่ด้วยอาศัยรูปร่างที่ได้เปรียบเจ้าหวายก็เดินกระแทกเข้ามาไม่หยุด มีจังหวะที่ตีเจ้าแมงภู่ได้ก็ลูกขว้างแข้งเปล่าบ้างเท่านั้น เจ้าแมงภู่เป็นไก่หัวดิ้น หากเจ้าหวายจับหัวได้ตรง ๆ จะดึงหัวกลับและดิ้นจนหลุดหรือทำให้เจ้าหวายตีไม่ถนัด หลายจังหวะเจ้าหวายมุดช้าจะเข้าปีก เจ้าแมงภู่จับหัวบินตีลงล่างได้ชัดเจนเจ็บ ๆ เป็นไก่ที่ตีหัวต่ำได้ชัดมาก ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นในทางสายแม่ไก่เชิงอีสานชุดนี้นั่นเอง ตลอดการปล้ำ15 นาที เจ้าแมงภู่แสดงการเอาตัวรอดจากการปล้ำเสียเปรียบได้เป็นอย่างดีแทบไม่เจ็บตัว แต่ว่ามีอาการเพลีย ๆ เวลาโดนบี้บ้างเท่านั้น แต่ว่าก็เอาตัวรอด และ ตอบโต้ได้เจ็บ ๆ ต่างจากอาการเจ้าหวายซึ่งโดนไปหลายหักเจ็บมากพอดู แผลชัดเจนคือ บริเวณหู และคอน้อย ถือ ว่าเป็นการปล้ำเต็ม ๆ รูปแบบที่น่าประทับใจทีเดียว ก่อนหน้านั้นปล้ำกับใหม่ ๆ เหมือนกันได้ประมาณห้านาที ชนอีกสไตล์คือคุมบนตีข้อหัว ตีได้ชัด ๆ ไม่กี่ลำคู่ต่อสู้ออกอาการหักให้เห็นต้องพอ เพราะว่าไก่ใหม่ ๆ ด้วยกันทั้งคู่ สรุปเท่าที่เห็นเจ้าแมงภู่เป็นไก่ที่มีลักษณะคุมบนได้ ถอดถอยหนุนเอาตัวรอดแบบพม่าได้ เบอร์แข้งดูจะลำโตกว่าเจ้าแดง ชั้นเชิงภาพรวม ๆ จะเหนือกว่าเจ้าแดงอยู่บ้าง ซึ่งเป็นไก่ที่ชนได้หลายสไตล์กว่า เอาตัวรอดได้เนียนกว่า
การวัดผลสำหรับลูกเพาะชุดแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ พอใจในระดับหนึ่งทำให้เห็นแนวทางการพัฒนา ระหว่างพ่อพม่ากับ แม่ไก่เชิง ชุดนี้เอาตัวรอดใช้ได้ เบอร์แข้งถือว่าค่อนข้างดี ความแม่นผ่าน ตีหัวล่างได้ดี ตำแหน่งล่างได้บนได้ แต่ไม่ได้พลิ้วเหมือนพม่าร้อย หรือ ไม่ได้เชิงจัดจ้านแบบไก่เชิงทั่วไป
ตอนนี้สองตัวถูกส่งไปทดสอบเลี้ยงในซุ้มเพื่อลองออกชนจริง เจ้าแดงให้พี่แก๊ด พี่ชายเลี้ยงไว้ที่สนามบินน้ำ นนทบุรี ส่วนเจ้าแมงภู่ ให้ลุงต้อย เด็กนอก ที่บางแค ลองเอาไปเลี้ยงดูเช่นกัน หากได้ผลอย่างไรคงเห็นแนวทางการพัฒนามากขึ้น